
การวัดความหนาชั้นเคลือบกัลวาไนซ์: หลักการ วิธีการ และขั้นตอนการวัด
การวัดความหนาชั้นเคลือบกัลวาไนซ์เป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบคุณภาพของชิ้นงานเหล็ก เนื่องจากความหนาของสังกะสีมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการป้องกันการกัดกร่อนและอายุการใช้งานของวัสดุ เนื้อหานี้อธิบายวิธีการวัด หลักการของเครื่องมือ และขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การตรวจสอบมีความแม่นยำ
Galvanizing Thickness Measurement
การป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กถือเป็นเรื่องสำคัญในงานวิศวกรรมและอุตสาหกรรมโลหะ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือมีสารเคมี วิธีที่ได้รับความนิยมคือการชุบกัลวาไนซ์ (Galvanizing) เนื่องจากการเคลือบด้วยสังกะสีจะทำหน้าที่เป็น anode สละตัว (sacrificial anode) ช่วยป้องกันการเกิดสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความหนาของชั้นเคลือบ (Coating Thickness) เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งาน (Service Life), ความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อน และคุณภาพของชิ้นงาน ดังนั้น การวัดความหนาจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการควบคุมคุณภาพ

หลักการของการเคลือบกัลวาไนซ์ (Galvanizing Principle)
Galvanizing คือกระบวนการเคลือบผิวเหล็กด้วยสังกะสี เพื่อป้องกันการสัมผัสกับสารละลาย electrolyte ซึ่งช่วยลดการเกิดเซลล์กัดกร่อน โดยสังกะสีจะทำหน้าที่สละตัวเองแทนเหล็ก โดยหลักสำคัญคือ "ความหนาของชั้นเคลือบสังกะสียิ่งมาก จะทำให้อายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น"
วิธีการวัดความหนา Galvanizing
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ วิธีแบบไม่ทำลายชิ้นงาน (Non-Destructive Testing: NDT) และวิธีแบบทำลายชิ้นงาน (Destructive Testing)
1) Non-Destructive Testing (NDT)
วิธีที่นิยมและแพร่หลายในการตรวจวัดความหนาชั้นเคลือบในอุตสาหกรรมคือการใช้วิธีวัดแบบไม่ทำลายชิ้นงาน เนื่องจากสามารถตรวจสอบได้รวดเร็วและไม่ทำให้ชิ้นงานเสียหาย
หลักการที่ใช้กันมากที่สุดคือหลักการแม่เหล็ก (Magnetic Principle) เหมาะสำหรับวัดชั้นเคลือบที่ไม่เป็นแม่เหล็ก เช่น สังกะสี บนวัสดุฐานที่เป็นเหล็ก โดยหลักการทำงานอาศัยการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กหรือแรงดูดระหว่างหัววัดกับพื้นผิว เมื่อความหนาของชั้นเคลือบเพิ่มขึ้น ระยะห่างระหว่างหัววัดกับโลหะฐานจะเพิ่มตามไปด้วย ส่งผลให้ค่าที่เครื่องมือวัดได้เปลี่ยนแปลง
วิธีนี้มีข้อดีคือใช้งานง่าย รวดเร็ว และสามารถวัดได้ในหลายตำแหน่งเพื่อหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับงานตรวจสอบคุณภาพและงานภาคสนาม

2) Destructive Testing
วิธีทดสอบแบบทำลายชิ้นงาน (Destructive Testing) มักนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการความแม่นยำสูง หรือใช้เพื่อการตรวจสอบเชิงวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เช่น วิธีลอกชั้นเคลือบออกเพื่อคำนวณจากน้ำหนัก (Stripping Method) หรือวิธีตัดชิ้นงานเพื่อตรวจสอบหน้าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic Method)
วิธีเหล่านี้สามารถให้ค่าที่ละเอียดและแม่นยำมาก แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่ใช้เวลานานและไม่สามารถนำชิ้นงานกลับมาใช้งานได้ใหม่
ขั้นตอนการวัดความหนา
1) การวัดด้วย Mechanical Thickness Gauge (เครื่องแบบแรงแม่เหล็ก / pull-off)
Step 1: วัดค่า Base Metal Reading (BMR)
วัดบนเหล็กเปล่า (ยังไม่เคลือบ)
วัดหลายจุดแล้วเฉลี่ย
ค่า BMR คือ ค่าพื้นฐานของวัสดุ (ผลจากความหยาบ / องค์ประกอบโลหะ)
Step 2: วัดบนชิ้นงานที่เคลือบแล้ว
วัดหลายตำแหน่งตามมาตรฐาน
ได้ค่ารวม (substrate + coating effect)
Step 3: คำนวณความหนา
สูตร: Thickness = ค่าอ่านได้ – BMR
เพราะเครื่องแบบนี้ไม่ได้ตัดผลของ substrate อัตโนมัติ ต้องลบค่าเอง
2) การวัดด้วย Electronic Thickness Gauge (เครื่องดิจิทัล ใช้ electromagnetic induction)
Step 1: ตั้งค่า Zero บนโลหะเปล่า
วัดบน substrate (เหล็กที่ยังไม่เคลือบ)
ตั้งค่าให้เครื่องอ่าน = 0 เพื่อตัดผลของวัสดุฐาน
Step 2: ตรวจสอบด้วย Shim
ใช้แผ่นมาตรฐานวางบนเหล็ก
วัดแล้วเทียบค่าจริง ถ้าไม่ตรง ต้อง calibrate ใหม่
Step 3: วัดบนชิ้นงานจริง
วัดได้ค่าความหนา coating โดยตรงทันที
ไม่ต้องคำนวณ
ข้อควรระวังก่อนวัด
ปฏิบัติตามคู่มือและ Calibrate เครื่องให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนใช้งาน
ตรวจสอบความแม่นยำด้วยแผ่นมาตรฐาน (Shim) เพื่อยืนยันว่าเครื่องยังให้ค่าถูกต้อง
ทำความสะอาดพื้นผิวชิ้นงานให้ปราศจากฝุ่น น้ำมัน สนิม และ Oxide
เลือกตำแหน่งวัดที่เรียบ หลีกเลี่ยงจุดนูนหรือพื้นผิวขรุขระ
วัดหลายตำแหน่งและนำค่ามาเฉลี่ย เนื่องจาก Coating ไม่สม่ำเสมอ 100%
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
PosiTector 6000 - Coating Thickness Gages for ALL Metal
Positest - Magnetic Coating Thickness Gages
Positest DFT - Paint Depth Gauge
Posipen - Magnetic Pull-off Coating Thickness Gage

LEGA Corporation Ltd.
1/28-29 อาคารบางนาธานี ชั้น 14 ซอยบางนา-ตราด 34 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
Working Hour: Monday - Friday 8:30 am. - 17:30 pm.
TEL : 02-746-9933 ,Fax : 02-746-9940
LINE ID: @lega
กด 1 ฝ่ายขาย
กด 35 ฝ่าย Service
คำถามที่พบบ่อย
มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้า/บทความ สอบถามชุมชนหรือผู้เชี่ยวชาญของเรา






















































































































































