
การวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิกของสารเคลือบที่อบด้วยแสง UV บนพื้นผิวแข็ง
#Ultrasonic Thickness Measurement #UV-Cured Coatings #Defelsko
หลักการและประโยชน์ของการวัดความหนาของชั้นเคลือบ UV บนพื้นผิวแข็งด้วยเทคโนโลยีอัลตราโซนิกแบบไม่ทำลายชิ้นงาน ครอบคลุมตั้งแต่เหตุผลในการตรวจวัด ความแม่นยำของผลการวัด ไปจนถึงบทบาทของเทคโนโลยีนี้ในการควบคุมคุณภาพและการนำไปใช้งานจริงในกระบวนการผลิต
การวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิกของสารเคลือบที่อบด้วยแสง UV บนพื้นแข็ง
หลักการทำงานและประโยชน์ของการทดสอบด้วยคลื่นอัลตราโซนิก
เครื่องวัดความหนาของผิวเคลือบที่ใช้เทคนิคการวัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิกกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมที่ใช้วัสดุฐานแข็ง เช่น ไม้ พลาสติก และวัสดุคอมโพสิต เพื่อวัดความหนาของสารเคลือบที่ผ่านการบ่มด้วย UV/EB ซึ่งมีความหนามากกว่า 15 microns (0.5 mil) โดยนำไปใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ การผลิตผลิตภัณฑ์ไม้ และงานเคลือบผิวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
สารเคลือบมีหน้าที่หลากหลาย เช่น บางชนิดออกแบบมาเพื่อทนต่อรอยขีดข่วน การสึกหรอ ความชื้น และสารเคมีต่าง ๆ บางชนิดใช้ฟื้นฟู ปกป้อง กันน้ำ และเพิ่มความสวยงามให้กับโครงสร้าง ในขณะที่บางชนิดพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อปิดผนึก อุดรูพรุน และสร้างพื้นผิวที่มีลักษณะสวยงามตามความต้องการ

เหตุผลที่ต้องวัดความหนา
สารเคลือบจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อถูกใช้งานในช่วงความหนาที่เหมาะสม การควบคุมความหนาอย่างแม่นยำช่วยให้ผิวเคลือบมีคุณสมบัติตรงตามที่ออกแบบไว้ เช่น ลดความเสียหาย และยืดอายุการใช้งานของชิ้นงาน
ตัวอย่างเช่น:
Conversion varnish เป็นสารเคลือบที่มีความแข็งสูง หากเคลือบหนาเกิน 5 มิล อาจเกิดการแตกร้าวหรือความเสียหายของผิวเคลือบได้
Nitrocellulose lacquer ควรควบคุมความหนาให้อยู่ต่ำกว่า 3 มิล เพื่อให้ผิวงานมีคุณภาพที่เหมาะสม
ชั้นรองพื้นที่บ่มด้วยแสง UV บนพลาสติก ควรมีความหนาอยู่ระหว่าง 1-6 มิล ก่อนนำไปขัดผิว
การเคลือบแลคเกอร์ชั้นฐาน (base coat) จำเป็นต้องรักษาความหนาให้สม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวเคลือบมีคุณภาพเท่ากันทั้งชิ้นงาน
กาวที่บ่มด้วยแสง UV หากเคลือบหนาเกินไป อาจเกิดความเค้นภายใน เนื่องจากการบ่มเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกาวและพื้นผิวไม่สามารถปรับสมดุลได้ทัน
เทคโนโลยีอัลตราโซนิก (Ultrasonic Breakthrough)
เทคโนโลยีอัลตราโซนิกสมัยใหม่ได้เข้ามาแก้ไขข้อจำกัดวิธีการวัดความหนาแบบดั้งเดิม โดยอาศัยหลักการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านผิวเคลือบ จากนั้นตรวจจับสัญญาณสะท้อนที่เกิดขึ้นเมื่อคลื่นเสียงกระทบกับรอยต่อระหว่างผิวเคลือบและวัสดุฐาน เวลาเดินทางของคลื่นเสียงจะถูกนำมาคำนวณเป็นค่าความหนาของการเคลือบอย่างแม่นยำโดยไม่จำเป็นต้องทำลายผิวงาน

หลักการวัดด้วยคลื่นเสียง
การวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิกเป็นวิธีการตรวจสอบความหนาของผิวเคลือบแต่ละชั้นโดยไม่ทำลายชิ้นงาน เครื่องมือจะส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านชั้นเคลือบและรับสัญญาณสะท้อนจากรอยต่อของวัสดุ เพื่อนำมาคำนวณความหนา ทำให้สามารถวัดชั้นเคลือบหลายชั้นบนวัสดุฐานได้อย่างแม่นยำ

จุดรอยต่อระหว่างการเคลือบกับวัสดุฐาน
บริเวณรอยต่อระหว่างชั้นเคลือบและวัสดุฐานเป็นจุดที่คลื่นอัลตราโซนิกสะท้อนกลับเนื่องจากความแตกต่างของความหนาแน่น เครื่องมือจะตรวจจับสัญญาณสะท้อนเหล่านี้เพื่อนำมาคำนวณความหนาของชั้นเคลือบได้อย่างแม่นยำ แม้พื้นผิวจะมีความขรุขระหรือไม่สม่ำเสมอ

เครื่องมือที่ใช้สำหรับการวัดความหนาด้วยอัลตราโซนิก
เครื่องมือวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิก PosiTector 200 - Ultrasonic Paint Thickness Meter for Non-Metal Substrates
โพรบวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิกแบบพกพาสามารถนำมาใช้ตรวจสอบความหนาฟิล์มแห้งของการเคลือบได้อย่างแม่นยำและไม่ทำลายชิ้นงาน เหมาะสำหรับการควบคุมคุณภาพในกระบวนการเคลือบผิวและการใช้งานในสายการผลิตจริง

LEGA Corporation Ltd.
1/28-29 อาคารบางนาธานี ชั้น 14 เอ, บี1 ซอยบางนา-ตราด 34 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
Working Hour: Monday - Friday 8:30 am. - 17:30 pm.
TEL : 02-746-9933 ,Fax : 02-746-9940
LINE ID: @lega
กด 1 ฝ่ายขาย
กด 35 ฝ่าย Service

Miss. Patcharin Jodkoh
Marketing-Admin


