บริการหลังการขาย

ที่ SUKITOOL เราเข้าใจดีว่าการเลือกซื้อ เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่การซื้อ แต่เราให้ความสำคัญกับ บริการหลังการขายแบบครบวงจร เรามุ่งมั่นพัฒนาระบบการบริการที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสบายใจในระยะยาว ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นใจและประสิทธิภาพสูงสุดให้กับลูกค้าของเรา

Aftersales กล้อง MITCORP X600

ผู้ใช้งานกล้อง MITCORP รุ่น MITC-X600-39D2W-F-1M-SS-M เเจ้งอาการภาพไม่ชัด คาดว่าเกิดจากการคราบน้ำมันจากชิ้นงานที่ตรวจเช็ค เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่ากระจกเลนส์ของโพรบได้ชำรุดเสียหาย จึงทำให้ภาพไม่ชัด เบื้องต้นเเจ้งสาเหตุเเละประเมินราคาซ่อมโพรบให้ลูกค้า
Image simplepost/ga11ynxdfz_0_b2sht.png

การ SET LEVEL and SPAN เเบบ manual สำหรับ FLIR C8

temperature scale สำหรับ FLIR C8 มีทั้งเเบบ AUTO เเละ MANUAL สามารถตั้งค่าได้ง่ายๆเพียงเลือกเเละล๊อคอุณหภูมิที่ต้องการ

การตรวจสอบภายในท่อชิ้นงานด้วยกล้อง X750

เครื่องจักรต่างๆที่ไม่ได้มีการใช้งานตลอดเวลาหรือหยุดใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ควรมีการตรวจสอบจุดต่างๆก่อนการใช้งานอีกครั้ง ตัวอย่างเช่น ท่อไอดี หรือท่อไอเสียเครื่องยนต์ที่พักการใช้งานมาเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการเกิดสนิมสะสมภายในเนื่องจากความชื้นหรือสารเคมีต่างๆ จุดเหล่านี้เป็นจุดที่ยากต่อการตรวจเช็คด้วยตาเปล่าหรือเครื่องมือทดสอบอื่นๆ การใช้กล้องส่องท่อ MITCORP รุ่น X750 ขนาด 6.0 มิลลิเมตร ที่มีความละเอียดภาพ 2560x1440 pixel จึงตอบโจทย์ของผู้ใช้งานเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เป็นภาพภายในได้อย่างชัดเจน

การตรวจสอบภายในท่อ DIA 10.0 mm ด้วย MITCORP X750

งานตรวจสอบภายในท่อขนาดเล็กเพียง 10 mm เป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยเครื่องมือที่มีความละเอียดสูงและควบคุมการเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ โดย MITCORP X750 ช่วยให้ผู้ตรวจสอบสามารถมองเห็นสภาพภายในท่อ จุดบกพร่อง รอยแตกร้าว หรือสิ่งแปลกปลอมได้อย่างชัดเจนผ่านภาพความละเอียดสูง พร้อมระบบควบคุมหัวกล้องที่ยืดหยุ่นสำหรับพื้นที่เข้าถึงยาก กล้องส่งท่อทั่วไปที่มีเพียงกล้องด้านหน้าอย่างเดียว อาจไม่สามารถตรวจสอบรอยร้าวหรือตำหนิภายในท่อได้ครบถ่วน เเต่หากเลือกใช้กล้องส่องท่อ MITCORP รุ่น X750 พร้อมสายขนาด DIA 3.9 mm ที่มีกล้องด้านหน้าเเละด้านข้าง ซึ่งมีระยะโฟกัส เพียง 5 mm จึงตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี
Image simplepost/9gposai8pc_0_4j31i.jpg

สอนการใช้งาน FLIR E86 ร่วมกับ FLIR IGNITE

เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน FLIR E86 ด้วยระบบ Cloud อย่าง FLIR Ignite ช่วยให้การจัดเก็บ วิเคราะห์ และแชร์ข้อมูลทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งในภาคสนามและในสำนักงาน ข้อดีของการใช้งาน FLIR E86 ร่วมกับ FLIR Ignite ✅ อัปโหลดภาพอัตโนมัติขึ้น Cloud เมื่อกล้องเชื่อมต่อ Wi-Fi ภาพความร้อนจะถูกส่งไปยังบัญชี FLIR Ignite โดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการถ่ายโอนข้อมูลผ่านสาย USB ✅ เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถเปิดดูภาพและรายงานผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต ✅ แชร์ผลการตรวจสอบได้รวดเร็ว ส่งภาพหรือรายงานให้ทีมงาน ลูกค้า หรือผู้เกี่ยวข้องผ่านลิงก์ที่มีการป้องกันด้วยรหัสผ่าน ช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น ✅ แก้ไขและวิเคราะห์ภาพออนไลน์ สามารถปรับ Palette, เพิ่มจุดวัดอุณหภูมิ, Isotherm, Annotation และเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ ได้ผ่าน Browser โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม ✅ สร้างรายงานมืออาชีพได้ง่าย FLIR Ignite มีเครื่องมือสร้างรายงานในตัว สามารถจัดรูปแบบ ปรับแต่ง Header/Footer และเพิ่มข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ได้อย่างสะดวก ✅ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม ทุกคนในทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน ลดปัญหาไฟล์สูญหายและข้อมูลไม่ตรงกัน 📌 เหมาะสำหรับงานตรวจสอบระบบไฟฟ้า เครื่องจักร อาคาร และงาน Predictive Maintenance ที่ต้องการบริหารจัดการข้อมูลการตรวจสอบจำนวนมากอย่างเป็นระบบ LEGA Corporation Co., Ltd. ตัวแทนจำหน่าย FLIR อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมบริการสาธิต สอนการใช้งาน และบริการหลังการขายครบวงจร.
Image simplepost/zrra3gwn6p_0_l06le.png

คู่มือการตรวจเช็ค Testo 104-IR เบื้องต้น

การตรวจเช็คเครื่องวัดอุณหภูมิ Testo 104-IR เบื้องต้นก่อนส่งซ่อมถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหลายครั้งปัญหาอาจเกิดจากจุดเล็กๆ ที่เราสามารถแก้ไขได้เอง เช่น เลนส์สกปรก หรือแบตเตอรี่อ่อน ซึ่งจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายครับ 1. การตรวจสอบระบบพลังงาน (แบตเตอรี่) ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือหน้าจอไม่ติด หน้าจอกะพริบ หรือเครื่องรวน มักเกิดจากกระแสไฟไม่พอ - เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่: ทดลองเปลี่ยนแบตเตอรี่ (AAA จำนวน 2 ก้อน) โดยใช้แบตเตอรี่อัลคาไลน์คุณภาพดี หรือแบตเตอรี่ใหม่แกะกล่อง - เช็คขั้วแบตเตอรี่: ตรวจสอบช่องใส่แบตเตอรี่ว่ามีคราบขี้เกลือ คราบน้ำ หรือสนิมเกาะที่ขั้วสปริงหรือไม่ หากมี ให้ใช้คัตตอนบัดชุบแอลกอฮอล์หมาดๆ เช็ดทำความสะอาด ปล่อยให้แห้งแล้วลองใส่แบตเตอรี่ใหม่ 2. การตรวจสอบการวัดด้วยอินฟราเรด (IR Sensor) หากพบปัญหาว่าโหมดอินฟราเรดวัดค่าได้เพี้ยน ไม่นิ่ง หรือไม่ทำงาน ให้ตรวจเช็คดังนี้: - ทำความสะอาดเลนส์ IR: นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าวัดเพี้ยน ให้ตรวจดูว่ามีคราบไขมัน คราบแป้ง หรือฝุ่นเกาะที่เลนส์เซ็นเซอร์ (รูกลมๆ ด้านหน้าเครื่อง) หรือไม่ - วิธีทำความสะอาด: ใช้คัตตอนบัดชุบน้ำเปล่าหรือแอลกอฮอล์ทางการแพทย์ (หมาดๆ ห้ามชุ่ม) เช็ดเบาๆ ที่เลนส์ ห้ามใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรือของแข็งขูดขีดเด็ดขาด - ตรวจสอบการตั้งค่า Emissivity (ε): ค่าการแผ่รังสีความร้อนที่ตั้งผิดจะทำให้เครื่องอ่านค่าผิดพลาด สำหรับการวัดอาหารหรือของเหลวทั่วไป ค่าควรตั้งอยู่ที่ประมาณ 0.95 (สามารถดูวิธีปรับตั้งค่าได้จากคู่มือประจำเครื่อง) - ตรวจสอบเลเซอร์: เมื่อกดปุ่มวัดแบบ IR แสงเลเซอร์ 2 จุด (2-point laser) ติดปกติหรือไม่ หากไม่ติดเลย อาจเป็นที่ระบบไฟหรือหลอดเลเซอร์เสีย 3. การตรวจสอบการวัดด้วยโพรบแบบสัมผัส (Penetration Probe) - ระบบสวิตช์พับ: ปกติแล้วเครื่องจะเปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อกางโพรบออกเกิน 30 องศา หากกางแล้วเครื่องไม่เปิด (ทั้งที่แบตเตอรี่เต็ม) สวิตช์แม่เหล็กที่ข้อพับอาจจะเสีย - สภาพก้านโพรบ: ตรวจสอบว่าก้านโพรบคดงอ มีรอยร้าว หรือหักหรือไม่ หากมีความเสียหายทางกายภาพ มักจะต้องส่งซ่อมเพื่อเปลี่ยนโพรบใหม่ - ทดสอบการอ่านค่า: ลองกางโพรบแล้วจุ่มลงในน้ำแข็งผสมน้ำ (Ice bath ควรได้อุณหภูมิประมาณ 0°C) เพื่อดูว่าตัวเลขวิ่งขึ้นลงปกติหรือค้าง 4. การตรวจสอบสภาพภายนอกทั่วไป - รอยแตกร้าว: Testo 104-IR ได้รับมาตรฐานกันน้ำ IP65 หากมีรอยแตกร้าวที่กรอบพลาสติก อาจทำให้น้ำหรือความชื้นซึมเข้าแผงวงจรด้านในจนเครื่องช็อตได้ - ปุ่มกด: ลองกดปุ่มทุกปุ่มว่ามีการตอบสนองหรือไม่ ปุ่มฝืดหรือจมค้างหรือไม่ 5. สังเกตรหัสข้อผิดพลาด (Error Codes) หากหน้าจอแสดงตัวอักษรผิดปกติ ให้ลองประเมินตามนี้: - ค้างตัวเลขแปลกๆ หรือ Er ต่างๆ: ลองถอดแบตเตอรี่ออก ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วใส่ใหม่เพื่อเป็นการ Reset เครื่อง - การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน: หากย้ายเครื่องจากห้องเย็นจัดมาที่อุณหภูมิปกติ เครื่องอาจจะเกิดฝ้าหรือรวนชั่วคราว ให้วางเครื่องทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 15-30 นาทีเพื่อให้ตัวเครื่องปรับสภาพ แล้วลองเปิดใหม่ หากยังไม่สามารถแก้ใขได้ สามารถติดต่อเราเพื่อส่งเครื่องเข้ามาตรวจเช็คได้เลยครับ
Image simplepost/nzbbp7k7oc_0_sebvi.png

คู่มือการตรวจเช็ค Tenmars TM-305U เบื้องต้น

1. การตรวจเช็คภายนอกและช่องตะแกรงเซนเซอร์ - ตรวจสอบช่องรับสัญญาณเซนเซอร์ : ด้านบนตัวเครื่องจะมีตะแกรงช่องเล็กๆ ให้อากาศไหลผ่านเข้าไปยังเซนเซอร์ภายใน ตรวจดูว่ามีเศษฝุ่น หยากไย่ หรือคราบไขมันอุดตันหรือไม่ (หากอุดตันจะทำให้ค่าความชื้นและอุณหภูมิตอบสนองช้ามากหรืออ่านค่าเพี้ยน) - ตรวจสอบฝาปิดยางพอร์ต USB: ตัวเครื่องมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 ยางปิดพอร์ต USB ต้องไม่ฉีกขาด ขาดหาย หรือหลวม เพราะหากมีความชื้นเล็ดลอดเข้าไปขณะนำไปวางบันทึกข้อมูล บอร์ดภายในอาจช็อตเสียหายได้ 2. การตรวจเช็คระบบพลังงาน ข้อควรระวังพิเศษ: รุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ 3.6V 1/2 AA Lithium Battery (ลักษณะเป็นถ่านก้อนสั้นซีกเดียว ไม่ใช่ถ่าน AA หรือ AAA 1.5V ทั่วไป) หากแรงดันถ่านตก เครื่องจะไม่ยอมบันทึกข้อมูล - เปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ทดสอบ: หากเปิดเครื่องไม่ติด หรือหน้าจอขึ้นไอคอนแบตเตอรี่ต่ำ ให้ลองเปลี่ยนถ่าน 3.6V 1/2 AA ก้อนใหม่แกะกล่อง - ทดสอบเปิดเครื่องผ่านสาย USB: ให้ลองถอดแบตเตอรี่ออก แล้วเสียบตัวเครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย Mini-USB ดูว่าหน้าจอ LCD เปิดติดหรือไม่ - หากเสียบสาย USB แล้วติด แต่ใส่ถ่านแล้วไม่ติด: แปลว่าปัญหาอยู่ที่แบตเตอรี่หมด หรือขั้วสปริงสัมผัสในช่องใส่ถ่านสกปรก/หลวม 3. การตรวจสอบหน้าจอและไฟแสดงสถานะ LED เมื่อกดปุ่มใช้งานหรือเครื่องกำลังทำงาน ให้สังเกตสัญญาณบนตัวเครื่อง: - หน้าจอ LCD 3 หลัก (3-digit LCD): ตัวเลขบอกอุณหภูมิ/ความชื้น และไอคอนต่างๆ ต้องแสดงผลชัดเจน ไม่จางเป็นเส้น หรือหน้าจอดำมืด - ไฟกะพริบแสดงสถานะ (LED Indicators): * ไฟสีเขียว (REC): ต้องกะพริบเป็นระยะเมื่อเครื่องกำลังอยู่ในโหมดบันทึกข้อมูล (Logging) - ไฟสีแดง (ALM): จะกะพริบเมื่อค่าอุณหภูมิหรือความชื้นสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยที่ตั้งไว้ (Alarm) - หากเครื่องเปิดติด แต่กดปุ่ม Start ค้างไว้แล้วไม่มีไฟกะพริบและเครื่องไม่บันทึกข้อมูล อาจเกิดจากการตั้งค่าค้างในซอฟต์แวร์ 4. การทดสอบการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ปัญหาที่ช่างเจอบ่อยที่สุดคือผู้ใช้งานคิดว่าเครื่องเสีย แต่จริงๆ คอมพิวเตอร์แค่มองไม่เห็นตัวเครื่อง ให้ลองตรวจเช็คดังนี้: - ตรวจสอบสายและพอร์ต USB: ลองเปลี่ยนสาย Mini-USB เส้นอื่นมาทดสอบดูว่าสายเดิมขาดในหรือไม่ - ตรวจสอบโปรแกรม "Temp & RH Data Logger": เสียบเครื่องเข้ากับ PC แล้วเปิดโปรแกรม ดูว่าสถานะโปรแกรมเปลี่ยนเป็น "Connected" หรือไม่ - แนวทางแก้ไขหากโปรแกรมมองไม่เห็น: ให้ลองดาวน์โหลดไดรเวอร์ USB (USB Driver) ของ Tenmars มาติดตั้งใหม่ หรือเปลี่ยนไปเสียบพอร์ต USB ช่องอื่น (แนะนำช่องด้านหลังเคสคอมพิวเตอร์หากใช้งานผ่าน PC Desktop) 5. การตรวจสอบความผิดพลาดของเซนเซอร์ หากเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ได้แล้ว แต่เครื่องยังทำงานผิดปกติ: - ลองสั่ง Reset/Setup ใหม่: ทำการสั่ง Clear ข้อมูลและกำหนดพารามิเตอร์บันทึกข้อมูล (Sampling Rate) ใหม่อีกครั้งผ่านซอฟต์แวร์ แล้วลองนำไปบันทึกค่าดูใหม่ - ตรวจเช็คค่าที่อ่านได้: หากหน้าจอแสดงค่าอุณหภูมิหรือความชื้นโดดผิดปกติไปจากความจริงอย่างมาก (เช่น อยู่ในห้องแอร์แต่อุณหภูมิขึ้น 85°C หรือความชื้นค้างที่ 99%RH ตลอดเวลา) แสดงว่าตัวเซนเซอร์ภายใน (NTC หรือ Capacitive Sensor) เสื่อมสภาพหรือโดนความชื้นสะสมจนพัง ต้องส่งโรงงานเปลี่ยนเซนเซอร์ชิ้นใหม่
Image simplepost/hdaek86krr_0_2fhni.png

วัดความหนาของสีฝุ่นก่อนนำเข้าตู้อบ

กระบวนการผลิตและพ่นสีฝุ่น (Powder Coating) สำหรับชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ไมโครเวฟ หนึ่งในขั้นตอนที่ท้าทายที่สุดคือ "การควบคุมความหนาของเนื้อสีให้สม่ำเสมอ" เพราะหากสีหนาหรือบางเกินไปหลังจากผ่านกระบวนการอบ (Curing Process) จะส่งผลต่อความทนทาน รูปลักษณ์ และความปลอดภัยในการใช้งานทันที เครื่องมือนี้ทำงานด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงหรือ อัลตราโซนิก (Ultrasound) โดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องนำหัวโพรบไปแตะโดนผิวงาน วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ผงสีที่พ่นไว้ล่วงหน้าเกิดรอยตำหนิ ยุบตัว หรือร่วงกราวลงมา
Image simplepost/a746kzgifb_0_4f4hh.png

การตรวจสอบและบำรุงรักษาท่อส่งในอุตสาหกรรม

การตรวจสอบและบำรุงรักษาท่อส่งในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำ ท่อแก๊ส หรือท่อสารเคมี สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบ "การสึกกร่อนและการสูญเสียความหนาของผนังท่อ" (Corrosion & Wall Thickness Loss) เครื่องวัดความหนาผิวด้วยคลื่นอัลตราโซนิก DeFelsko PosiTector UTG Series เป็นเครื่องมือมาตรฐานสูงที่ช่วยให้คุณรู้ความหนาที่แท้จริงได้โดยไม่ต้องตัดทำลายชิ้นงาน (NDT) การสแกนหาจุดบางสุด (Scan Mode): หากใช้รุ่น Advanced สามารถเปิดโหมด Scan เพื่อลากโพรบไปบนผิวท่อ ระบบจะบันทึกค่าที่หนาที่สุดและบางที่สุดให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเหมาะมากในการหาจุดที่ท่อบางเสี่ยงต่อการรั่วซึม
Image simplepost/qnmstzcg9s_0_ienkv.png

อบรมการใช้งานเครื่องวัดเสียง XL2

ประโยชน์ของ XL2 ในงานก่อสร้างตรวจวัดระดับเสียงรบกวน (Environmental Noise): ใช้วัดเสียงรบกวนจากเครื่องจักร เช่น รถตอกเสาเข็ม รถบรรทุก หรือเครื่องตัดเหล็ก เพื่อเช็กว่าเสียงดังเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ วัดปริมาณเสียงสะสม (Sound Exposure Level - SEL และ Leq): ตรวจดูว่าเสียงที่คนงานต้องเจอในแต่ละวันดังเกินขีดจำกัดความปลอดภัยของหูหรือไม่ เพื่อป้องกันภาวะสูญเสียการได้ยิน (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย) เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่นำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้ อย่าลืมใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง ขาตั้งกล้อง (Tripod) เพื่อไม่ให้เสียงสะท้อนหรือตัวผู้ใช้งานไปบดบังคลื่นเสียง
Image simplepost/7p7mjnvxpm_0_vm5o9.png
ปรึกษาเจ้าหน้าที่

Sukitool.comเวลาทำการ 8.30 - 17.30 น.

ขณะนี้อยู่นอกเวลาทำการ หากสนใจสินค้าตัวไหนหรือมีข้อสอบถามใด ๆ สามารถกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง ทางเจ้าหน้าที่จะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ตัวเลือก

※จำเป็น

※จำเป็น

※จำเป็น

※จำเป็น