
ขั้นตอนการใช้งานฟังก์ชัน Contact Check
สำหรับผู้ผลิต Battery Module และ Battery Pack การปล่อยให้ข้อบกพร่องของฉนวนเพียงหนึ่งชิ้นหลุดรอดจากกระบวนการตรวจสอบ อาจนำไปสู่ต้นทุนในการซ่อมแซม การเปลี่ยนสินค้า และผลกระทบด้านความปลอดภัยที่มีมูลค่าสูง ขณะที่เครื่องทดสอบ DC Hipot แบบทั่วไปอาจไม่สามารถป้องกันผลการทดสอบ False PASS ที่เกิดจากการสัมผัสของหัววัดที่ไม่สมบูรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Contact Check
ฟังก์ชัน Contact Check ของ ST5680A DC Hipot Tester ได้รับการออกแบบให้สามารถตั้งค่าได้อย่างรวดเร็ว และรองรับการใช้งานในสายการผลิตแบบ Mass Production ได้อย่างเสถียร โดยใช้เวลาในการตั้งค่าเพียงไม่กี่ขั้นตอน
ขั้นตอนการใช้งานฟังก์ชัน Contact Check
1) เปิดใช้งานฟังก์ชัน Contact Check
ไปที่เมนู [SET] → [COMMON] → STATE = ON
เมื่อเปิดใช้งานแล้ว เครื่องจะทำการตรวจสอบ Contact Check โดยอัตโนมัติในช่วง Discharge หรือขั้นตอนการคายประจุหลังการทดสอบ โดยไม่ต้องเพิ่มขั้นตอนการทำงานหรือเวลาในการทดสอบ

2) ตั้งค่า Offset (No-DUT Correction)
เปิดหน้าจอ [ADJ] โดยไม่เชื่อมต่อชิ้นงาน (No DUT)
จากนั้นให้เครื่องวัดและบันทึกค่า Offset ซึ่งเป็นค่าความจุไฟฟ้าที่เกิดจากอุปกรณ์ในระบบ เช่น fixtures, cables, wiring
ระหว่างการทดสอบ เครื่องจะคำนวณค่าความจุไฟฟ้าที่ปรับแก้แล้ว (Corrected Capacitance) โดยอัตโนมัติ จากสมการ Corrected Capacitance = Measured Capacitance − Offset Value
การหักลบค่า Offset ช่วยลดผลกระทบจากค่าความจุไฟฟ้าของอุปกรณ์ประกอบ ทำให้การประเมินการสัมผัสระหว่างหัววัดกับชิ้นงานมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

3) กำหนดค่า Threshold สำหรับ Contact Check
ไปที่เมนู [SET] → [BASIC] → [C.CHECK]
จากนั้นดำเนินการดังนี้
ทดสอบชิ้นงานภายใต้สภาวะที่หัววัดสัมผัสกับชิ้นงานอย่างสมบูรณ์
ตรวจสอบค่าความจุไฟฟ้าที่ปรับแก้แล้ว (Corrected Capacitance)
กำหนดค่า Threshold ให้ต่ำกว่าค่าที่วัดได้เล็กน้อย เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินผล
หลักการตัดสินผล
Corrected Capacitance ≥ Threshold
เครื่องจะแสดง Contact OK พร้อมค่าความจุไฟฟ้า เช่น CONTACT x.x nF แสดงว่าหัววัดสัมผัสกับชิ้นงานได้อย่างสมบูรณ์Corrected Capacitance < Threshold
เครื่องจะแสดง Contact Error เช่น CONTACT ERR x.x nF ซึ่งบ่งชี้ว่าการสัมผัสระหว่างหัววัดกับชิ้นงานผิดปกติ

4) ดำเนินการทดสอบตามปกติ
หลังจากตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถดำเนินการทดสอบ DC Hipot หรือ Insulation Resistance ได้ตามลำดับการทดสอบเดิม โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต
ระหว่างการทดสอบและการคายประจุ เครื่องจะแสดงค่าความจุไฟฟ้าที่วัดได้ พร้อมดำเนินการดังนี้โดยอัตโนมัติ
หักลบค่า Offset
เปรียบเทียบค่าความจุไฟฟ้าที่ปรับแก้แล้วกับค่า Threshold
แสดงผลการตรวจสอบ Contact Check บนหน้าจอ JUDGE
แม้ว่าผลการทดสอบ DC Hipot หรือ Insulation Resistance จะผ่านเกณฑ์ (PASS) แต่หากค่าความจุไฟฟ้าต่ำกว่าค่า Threshold ซึ่งมักเกิดจาก หัววัดสัมผัสไม่แน่น หรือ สายวัดขาด เครื่องจะตัดสินผลเป็น FAIL ทันที เพื่อป้องกันการเกิด False PASS

ประโยชน์ที่ได้รับ
การผสานฟังก์ชัน Contact Check เข้ากับการทดสอบ DC Hipot ใน ST5680A DC Hipot Tester ช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมคุณภาพ (QA) สำหรับ Battery Module และ Battery Pack ได้อย่างชัดเจน
ป้องกัน False PASS ได้ตั้งแต่ต้นทาง
ลดต้นทุนและเวลาการซ่อมแซมในขั้นตอนตรวจสอบขั้นสุดท้าย
ลดโอกาสเกิดปัญหาจากข้อบกพร่องของฉนวนระหว่างการใช้งานจริง
ไม่ต้องเพิ่มขั้นตอนการทดสอบ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อ Takt Time
ใช้อุปกรณ์น้อยลง ทำให้ระบบเดินสายเรียบง่ายขึ้น ลดภาระในการบำรุงรักษา
Summary
สำหรับผู้ผลิต Battery Module และ Battery Pack การปล่อยให้ข้อบกพร่องของฉนวนเพียงหนึ่งชิ้นหลุดรอดจากกระบวนการตรวจสอบ อาจนำไปสู่ต้นทุนในการซ่อมแซม การเปลี่ยนสินค้า และผลกระทบด้านความปลอดภัยที่มีมูลค่าสูง ขณะที่เครื่องทดสอบ DC Hipot แบบทั่วไปอาจไม่สามารถป้องกันผลการทดสอบ False PASS ที่เกิดจากการสัมผัสของหัววัดที่ไม่สมบูรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ST5680A DC Hipot Tester จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

คำถามที่พบบ่อย
มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้า/บทความ สอบถามชุมชนหรือผู้เชี่ยวชาญของเรา



































