การใช้งานเครื่องทดสอบแบตเตอรี่ MIDTRONICS MDX-P300

ขั้นตอนการใช้งานเครื่องทดสอบแบตเตอรี่ พร้อมกับทดสอบการชาร์จประจุแบตเตอรี่ของรถยนต์ และข้อความระวังในการใช้งานเครื่องวัด MIDTRONICS MDX-P300
Index
ปุ่มต่าง ๆ บน เครื่อง จะมีหน้าทีต่าง ๆ ดังนี้

1. ปุ่ม UP ▲ ปุ่ม Down ▼ มีไว้สำหรับ ทำการเลื่อน ต่ำแหน่งคำสั่งตามที่ต้องการ
2. ปุ่ม Enter มีไว้สำหรับยืนยันการเลือกคำสั่งที่ต้องการ เพื่อทำงานในขั้นตอนต่อไป
3. ปุ่ม Back มีไว้สำหรับ เวลาที่ต้องการย้อนการทำงานกลับไปสู่ขั้นตอนก่อนหน้า หรือกรณี่ที่พิมพ์ข้อมูลผิดแล้วต้องการแก้ไข
4. ปุ่ม Menu มีไว้กรณีที่ต้องการเลื่อกขั้นตอนที่ต้องการทำงาน ซึ่งภายในจะมี Menu ย่อย ตามข้อถัดไป
รายการย่อยใน Menu
View Results สำหรับแสดงข้อมูลการทดสอบครั้งสุดท้าย
Print Result สำหรับพิมพ์ข้อมูลที่เครื่องบันทึกผลการทดสอบ ครั้งล่าสุด (บันทึกได้เพียง 1 ข้อมูล ล่าสุด)
Perform Test สำหรับเริ่มการทดสอบแบตเตอรี่
Voltmeter สำหรับกรณีที่ต้องการวัดค่า Volt เพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องการทดสอบสภาพ แบตเตอรี่
Set Address เพื่อทำการตั้งค่าที่อยู่ที่หัวกระดาษ กรณีที่พิมพ์ผลการทดสอบ ซึ่งเครื่องจะจดจำค่าที่ตั้งไว้ตลอด จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
Language เพื่อทำการเลือกภาษาที่จะใช้ในการแสดงผล ซึ่งมีให้เลือก 4 ภาษา ( อังกฤษ , ฝรั่งเศส , สเปน และ ญี่ปุ่น )
รูปแบบการทดสอบเครื่อง Midtronics MDX P-300
1. ทดสอบแบตเตอรี่ที่อยู่นอกรถ (OUT OF VEHICLE)
2. ทดสอบแบตเตอรี่ที่อยู่ในรถ (IN VEHICLE)
1. ขั้นตอนในการทดสอบแบบ OUT OF VEHICLE โดย Midtronic MDX P-300
ทดสอบแบตเตอรี่ (Battery Test) แบบ OUT OF VEHICLE

ขั้นตอนที่ 1 หนีบสายเครื่องทดสอบเข้ากับแบตเตอรี่ให้แน่น(บริเวณหัวขั้วแบตเตอรี่ สีแดงหนีบขั้วบวก สีดำหนีบขั้วลบ) กดปุ่ม Enter 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 2 เลื่อนลูกศร Up / Down จนพบข้อความ “OUT OF VEHICLE” กดปุ่ม Enter 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 3 เลื่อนลูกศร Up / Down (จนพบข้อความ “REGULAR” แล้วกดปุ่ม Enter 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 4 เลื่อนลูกศร Up / Down (จนพบข้อความ “JIS #”(กรณีแบตเตอรี่ขั้วสูงกว่าฝาแบตเตอรี่) หรือเลือก “DIN”(กรณีแบตเตอรี่ขั้วต่ำกว่าฝาแบตเตอรี่) แล้วกดปุ่ม Enter 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 5 เลื่อนลูกศร Up / Down (จนพบรุ่นของแบตเตอรี่ที่ต้องการทดสอบ เช่น แบตเตอรี่รุ่น 46B24 ก็เลือก 46B24 กดปุ่ม ENTER 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 6 เครื่องจะทำการตรวจสอบโดยจะขึ้นข้อความ “ ***TESTING*** ”
ขั้นตอนที่ 7 หากแบตเตอรี่ที่ทดสอบเริ่มใกล้จะเสียเครื่องจะถามอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้เลือกไปที่คำว่า“ ABOVE 32F” แล้วกด ENTER 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 8 เครื่องจะทำการตรวจสอบอีกครั้งโดยจะขึ้นข้อความ “ ***RETESTING*** ”
ขั้นตอนที่ 9 หากแบตเตอรี่ที่ทำการทดสอบมีสภาพใกล้จะเสียและมีแรงดันต่ำกว่า 12.30 โวลต์ลงมาเครื่องจะถามสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ให้เลือก
- BEFORE CHARGE = วัดแบตฯขณะยังไม่ได้ชาร์จ
- AFTER CHARGE = วัดแบตฯหลังทำการชาร์จแล้ว
แล้วกด ENTER 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 10 เครื่องจะทำการตรวจสอบอีกครั้งและจะขึ้นข้อความ “ ***RETESTING*** ”
ขั้นตอนที่ 11 เครื่องจะแสดงผลการทดสอบแบตเตอรี่ขึ้นมาที่หน้าจอ
ขั้นตอนที่ 12 เครื่องจะแสดงผลการทดสอบแบตเตอรี่ สลับกับคำว่า “ PRESS TO PRINT ”
กด ENTER 1 ครั้ง เมื่อต้องการพิมพ์ผลการทดสอบจากตัวเครื่องทดสอบแบตเตอรี่
เมื่อเลือกมาตรฐาน และ ขนาดแบตเตอรี่ที่ทดสอบแล้ว เครื่องจะเริ่มทำการทดสอบตามค่าที่เรากำหนด และรายงานผล โดยมีผลลัพธ์ดังนี้
Good Battery = แบตเตอรี่ยังคงดีอยู่
Good Recharge = แบตเตอรี่ยังดี แต่มีโวลต์ต่ำ ควรทำการชาร์จไฟเพิ่มเติม
Charge & Retest = เครื่องไม่มั่นใจในผลการทดสอบ เนื่องจากแบตเตอรี่มีโวลต์ต่ำ ให้นำแบตเตอรี่ไปชาร์จไฟก่อน แล้วนำกลับมาทดสอบอีกครั้ง
Replace Battery = แบตเตอรี่เสื่อมสภาพจากการใช้งาน ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่
Bad Cell –Replace = แบตเตอรี่มีความเสียหายอย่างมากในแผ่นธาตุจนไม่อาจใช้งานได้อีก ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่

2. ขั้นตอนในการทดสอบแบบ IN VEHICLEโดย Midtronic MDX P-300
ทดสอบแบตเตอรี่ (Battery Test) แบบ IN VEHICLE

ขั้นตอนที่ 1 หนีบสายเครื่องทดสอบเข้ากับแบตเตอรี่ให้แน่น (บริเวณหัวขั้วแบตเตอรี่ สีแดงหนีบขั้วบวก สีดำหนีบขั้วลบ) กดปุ่ม Enter 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 2 เลื่อนลูกศร Up / Down จนพบข้อความ “ IN VEHICLE” กดปุ่ม Enter 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 3 เลื่อนลูกศร Up / Down (จนพบข้อความ “ REGULAR ” แล้วกดปุ่ม Enter 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 4 เลื่อนลูกศร Up / Down (จนพบข้อความ “JIS #”(กรณีแบตเตอรี่ขั้วสูงกว่าฝาแบตเตอรี่) หรือเลือก “ DIN ” (กรณีแบตเตอรี่ขั้วต่ำกว่าฝาแบตเตอรี่) แล้วกดปุ่ม Enter 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 5 เลื่อนลูกศร Up / Down (จนพบรุ่นของแบตเตอรี่ที่ต้องการทดสอบ เช่น แบตเตอรี่รุ่น 46B24 ก็เลือก 46B24 กดปุ่ม ENTER 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 6 เครื่องจะทำการตรวจสอบโดยจะขึ้นข้อความ “ ***TESTING*** ”
ขั้นตอนที่ 7 หากขณะทำการทดสอบแบตเตอรี่ แล้วลืมเปิดสวิตซ์กุญแจรถ ON ทิ้งไว้ หรือมีการเปิดไฟค้างไว้เครื่องจะไม่ทำการทดสอบโดยจะขึ้นข้อความ “ SYSTEM NOISE ” พร้อมกับมีเสียงเตือน ให้ทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวปิดสวิตซ์กุญแจ ปิดโหลดให้หมดทุกอย่าง แล้วทำการทดสอบใหม่
*ในขั้นตอนที่ 7 จะไม่ได้มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะฉะนั้นหากไม่เกิดกรณีแบบนี้ให้ข้ามจากขั้นตอนที่ 6 ไปขั้นตอนที่ 8 ได้เลย
ขั้นตอนที่ 8 หากแบตเตอรี่ที่ทดสอบเริ่มใกล้จะเสียเครื่องจะถามอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้เลือกไปที่คำว่า“ ABOVE 32F” แล้วกด ENTER 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 9 เครื่องจะทำการตรวจสอบอีกครั้งโดยจะขึ้นข้อความ “ ***RETESTING*** ”
ขั้นตอนที่ 10 หากแบตเตอรี่ที่ทำการทดสอบมีสภาพใกล้จะเสียและวัดขณะรถเพิ่งขับมาจอดเครื่องจะขึ้นข้อความให้เปิดไฟหน้ารถยนต์ “ TURN HEADLIGHT ON ”
ขั้นตอนที่ 11 หลังจากนั้นประมาณ 3-6 วินาที เครื่องจะขึ้นข้อความให้ปิดไฟหน้ารถยนต์“ TURN HEADLIGHT OFF ”
ขั้นตอนที่ 12 เครื่องจะทำการตรวจสอบอีกครั้งและจะขึ้นข้อความ “ ***RETESTING*** ” อีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 13 เครื่องจะแสดงผลการทดสอบแบตเตอรี่ขึ้นมาที่หน้าจอ
ขั้นตอนที่ 14 เครื่องจะแสดงผลการทดสอบแบตเตอรี่ สลับกับคำว่า “ PRESS ↲ FOR STATER TEST ” คือการตรวจวัดแบตเตอรี่โดยการสตาร์ทเครื่อง กด ENTER 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 15 หลังจากกด ENTER เครื่องจะขึ้นข้อความ “ START ENGINE ” ให้ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์
ขั้นตอนที่ 16 หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเครื่องจะแสดงผลการทดสอบแบตเตอรี่ 2 ส่วนสลับกัน ส่วนแรกจะแสดงออกมาเป็นผลมีอยู่ 2 สถานะ
NORMAL = ปกติ แบตเตอรี่ยังใช้งานได้
LOW = ต่ำ แบตเตอรี่เริ่มใกล้จะเสีย ควรเปลี่ยน
ขั้นตอนที่ 17 หลังจากเครื่องแสดงผลการทดสอบแบตเตอรี่ส่วนแรกแล้วจะขึ้นสลับกับผลในส่วนที่ 2 ผลในส่วนที่ 2 จะแสดงออกมาเป็นแรงดันในแบตเตอรี่ที่เหลือขณะรถดึงไฟไปสตาร์ท
> 9.6V = NORMAL= แบตเตอรี่ยังใช้ได้
< 9.6V = LOW = แบตเตอรี่เริ่มใกล้เสีย ควรเปลี่ยน
ขั้นตอนที่ 18 หลังจากเครื่องแสดงผลที่หน้าจอตามขั้นตอนที่ 17 แล้ว หน้าจอเครื่องจะขึ้นสลับกับคำว่า “ PRESS FOR CHARGING TEST ” คือการตรวจวัดแรงดันไดชาร์จ ให้ทำการเปิดแอร์พร้อมคอมเพรสเซอร์และ ไฟหน้า(ไฟต่ำ) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 วินาทีแล้วจึงกด ENTER
ขั้นตอนที่ 19 หลังจากกด ENTER เครื่องจะทำการตรวจสอบแรงดันไดชาร์จโดยขึ้นคำว่า “ CHARGING VOLTAGE PLEASE WAIT ” ในขั้นตอนที่ 19 นี้เครื่องจะตรวจสอบช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับระบบไฟชาร์จในรถคันที่ทำการทดสอบ หากระบบไฟชาร์จปกติ(แรงดันไฟชาร์จปกติขณะเปิดแอร์และไฟหน้าควรอยู่ที่ 13.8V-14.2V) เครื่องจะใช้เวลาในการตรวจสอบเร็ว แต่ถ้ารถคันไหนระบบไฟชาร์จไม่ปกติ(แรงดันไฟชาร์จผิดปกติขณะเปิดแอร์และไฟหน้าจะต่ำกว่า 13.5V ลงมา) เครื่องจะประมวลผลช้า
ขั้นตอนที่ 20 เครื่องแสดงผลแรงดันไดชาร์จขึ้นมา พร้อมกับสถานะต่างๆ
>13.3V = OK
<13.3V = LOW
>15.0V = HIGH
*แรงดันไฟชาร์จปกติขณะเปิดแอร์และไฟหน้าควรอยู่ที่ 13.8V-14.2V = ไดชาร์จปกติ
13.7V-13.5V = ไดชาร์จเริ่มผิดปกติ ควรแก้ไข
<13.5V = ไดชาร์จผิดปกติ ควรรีบทำการแก้ไข
ตัวอย่างผลการทดสอบ ของเครื่องMIDTRONICS MDX-P300
ตัวอย่างกรณีแบตเตอรี่ปกติ

1. ค่าแรงดันที่วัดได้ ไม่ต่ำกว่า 12.60V (ปกติควรอยู่ระหว่าง 12.6V-12.8V)
2. ค่า CCA ที่วัดได้ มีค่าสูงกว่าค่า CCA ที่มาตรฐานกำหนดไว้ (ค่าCCA ที่วัดได้จะขึ้นอยู่กับสภาพของแบตเตอรี่ ค่าCCAต่ำ แสดงว่าแบตเตอรี่ใกล้จะเสีย โดยปกติค่าCCAที่วัดได้ไม่ควรต่ำเกิน 20%-25%ของค่าCCAมาตรฐาน)
3. ค่า CCA ที่มาตรฐานกำหนดไว้
4. รุ่นของแบตเตอรี่ที่ป้อนเข้าไป
5. แรงดันตอนสตาร์ทต้องไม่ต่ำกว่า 9.6V (ปกติแรงดันขณะสตาร์ทไม่ควรต่ำกว่า 9.6V)
6. แรงดันไฟชาร์จ ปกติเพราะแรงดันไฟไม่ต่ำกว่า 13.5V (ปกติควรอยู่ระหว่าง 13.8V-14.2V)
สรุป
กรณีนี้แบตเตอรี่ปกติ เพราะค่า CCA ที่วัดได้มีค่าสูงกว่าค่ามาตรฐาน
โวลต์ที่วัดได้ในช่อง STARTER TEST ยังไม่ต่ำกว่า9.6V
ไดชาร์จอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ตัวอย่างกรณีแบตเตอรี่ผิดปกติ

1. ค่าแรงดันที่วัดได้ ไม่ต่ำกว่า 12.60V (ปกติควรอยู่ระหว่าง 12.6V-12.8V)
2. ค่า CCA ที่วัดได้ ต่ำกว่าค่าCCA ที่มาตรฐานกำหนดไว้ (ค่า CCA ที่วัดได้จะขึ้นอยู่กับสภาพของแบตเตอรี่ ค่า CCA ต่ำ แสดงว่าแบตเตอรี่ใกล้จะเสีย โดยปกติค่า CCA ที่วัดได้ไม่ควรต่ำเกิน 20%-25%ของค่าCCAมาตรฐาน)
3. ค่า CCA ที่มาตรฐานกำหนดไว้
4. รุ่นของแบตเตอรี่ที่ป้อนเข้าไป
5. แรงดันตอนสตาร์ท ต่ำกว่า 9.6V เนื่องจากสารเคลือบแผ่นธาตุเสียหายทำให้ความจุของแบตเตอรี่ลดลง ส่งผลให้แรงดันตอนสตาร์ทตกลงต่ำกว่า 9.6V (ปกติแรงดันขณะสตาร์ทไม่ควรต่ำกว่า 9.6V)
6. แรงดันไฟชาร์จปกติ เพราะแรงดันไฟไม่ต่ำกว่า 13.5V (ปกติควรอยู่ระหว่าง 13.8V-14.2V)
สรุป
กรณีนี้แบตเตอรี่เสียควรเปลี่ยน เพราะค่า CCA ที่วัดได้มีค่าต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
โวลต์ที่วัดได้ในช่อง STARTER TEST มีค่าต่ำกว่า 9.6V
ไดชาร์จอยู่ในเกณฑ์ปกติ