
PosiTector 200 - Ultrasonic Paint Thickness Meter for Non-Metal Substrates
เครืองวัดความหนาสีเคลือบ Ultrasonic Coating Thickness gage วัดแบบไม่ทำลายพื้นผิว non-destructively สำหรับวัดความหนาของสีและสารเคลือบบนวัสดุต่าง ๆ เช่น ไม้ คอนกรีต พลาสติก และอื่น ๆ รุ่นAdvance รองรับสูงการวัดได้สูงสุดถึง 3 ชั้นเคลือบ

Defelsko PRB-200B-C โพรบวัดความหนาผิวเคลือบสำหรับวัสดุที่ไม่เป็นโลหะ 13 to 1,000 μm
โพรบวัดความหนาผิวเคลือบสำหรับวัสดุที่ไม่เป็นโลหะ เช่น คอนกรีต, ไม้, พลาสติก, คอมโพสิท, อื่น ๆ หากใช้งานร่วมกับเครื่องทดสอบแรงยึดเกาะ รุ่น PT-A PosiTector Advance Gage เครื่องจะสามารถวัดความหนาของผิวได้ถึง 3 ชั้น (Multi-layer system) ยี่ห้อ Defelsko, USA

Defelsko PRB-200C-C โพรบวัดความหนาผิวเคลือบสำหรับวัสดุที่ไม่เป็นโลหะ 50 to 3,800 μm
โพรบวัดความหนาผิวเคลือบสำหรับวัสดุที่ไม่เป็นโลหะ เช่น คอนกรีต ไฟเบอร์กลาส และวัสดุอื่น ๆ หากใช้งานร่วมกับเครื่องทดสอบแรงยึดเกาะ รุ่น PT-A PosiTector Advance Gage เครื่องจะสามารถวัดความหนาของผิวได้ถึง 3 ชั้น (Multi-layer system) ยี่ห้อ Defelsko, USA

Defelsko PRB-200D-C โพรบวัดความหนาผิวเคลือบสำหรับวัสดุที่ไม่เป็นโลหะ 50 to 7,600 μm
โพรบวัดความหนาผิวเคลือบสำหรับวัสดุที่ไม่เป็นโลหะ เช่น โพลียูเรีย, ยางมะตอย, ยางนีโอพรี หรือโพลีเมอร์เหนียว หากใช้งานร่วมกับเครื่องทดสอบแรงยึดเกาะ รุ่น PT-A PosiTector Advance Gage เครื่องจะสามารถวัดความหนาของผิวได้ถึง 3 ชั้น (Multi-layer system) ยี่ห้อ Defelsko, USA
การใช้ Max Thick Mode บน PosiTector 200 เพื่อวัดความหนาชั้นเคลือบบนวัสดุที่ไม่ใช่โลหะได้อย่างแม่นยำ ด้วยการเลือกสัญญาณอัลตราซาวด์ที่ลึกที่สุด ช่วยลดผลกระทบจากสัญญาณสะท้อนรบกวนบริเวณผิวหน้า | จาก DeFelsko Corporation
การวัดความหนาผิวเคลือบบนวัสดุที่ไม่ใช่โลหะด้วย Max Thick Mode PosiTector® 200 Coating Thickness Gage เป็นเครื่องมือวัดความหนาของชั้นเคลือบแบบไม่ทำลายพื้นผิว สามารถวัดความหนาของการเคลือบบนวัสดุที่ไม่ใช่โลหะได้ เช่น ไม้ คอนกรีต พลาสติก วัสดุคอมโพสิต และวัสดุอื่น ๆ โดยใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวด์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วด้วยโหมดใหม่ Max Thick Mode ทำให้ PosiTector 200 ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น หลักการทำงานของการวัดความหนา PosiTector 200 ทำงานโดยการส่งคลื่นเสียงอัลตราซาวด์จากโพรบเข้าไปในชั้นเคลือบ เมื่อคลื่นเสียงเดินทางไปถึงรอยต่อที่มีความหนาแน่นแตกต่างกัน เช่น รอยต่อระหว่างชั้นเคลือบกับวัสดุฐาน (substrate) คลื่นเสียงจะสะท้อนกลับมายังโพรบ เครื่องจะคำนวณระยะเวลาที่คลื่นเสียงเดินทางไปและกลับ จากนั้นนำเวลานี้ไปคูณกับความเร็วเสียงในชั้นเคลือบ ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกันในสารเคลือบโพลิเมอร์ส่วนใหญ่ จึงสามารถคำนวณออกมาเป็นความหนาของชั้นเคลือบได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายพื้นผิว นอกจากการตรวจจับรอยต่อระหว่างชั้นเคลือบกับวัสดุฐานแล้ว PosiTector 200 ยังสามารถตรวจจับรอยต่อระหว่างชั้นเคลือบหลายชั้นได้อีกด้วย โดยเฉพาะในรุ่น Advanced ซึ่งสามารถแยกชั้นเคลือบที่เป็นวัสดุต่างชนิดกัน หรือแม้แต่ชนิดเดียวกันได้ โดยทั่วไปสัญญาณสะท้อนอัลตราซาวด์ที่มีความแรงมากที่สุดจะมาจากรอยต่อระหว่างชั้นเคลือบกับวัสดุฐาน ส่วนสัญญาณสะท้อนที่มีความแรงน้อยกว่าจะใช้ในการระบุความหนาของแต่ละชั้นเคลือบ Default Mode เป็นโหมดการวัดมาตรฐานของ PosiTector 200 ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยเครื่องจะเลือกสัญญาณสะท้อนอัลตราซาวด์ที่มีความแรงมากที่สุดภายในช่วงการวัด และแสดงผลเป็นความหนาของชั้นเคลือบ หากตั้งค่าเป็นโหมดวัดหลายชั้น เครื่องจะแสดงความหนาของแต่ละชั้นตามสัญญาณสะท้อนที่แรงที่สุด สำหรับงานวัดส่วนใหญ่โดยเฉพาะชั้นเคลือบโพลิเมอร์ที่มีพื้นผิวเรียบ โหมดนี้สามารถให้ค่าการวัดที่แม่นยำ ทั้งความหนารวมของชั้นเคลือบและความหนาของแต่ละชั้น โดยไม่ต้องตั้งค่าหรือปรับแต่งเครื่องเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากพื้นผิวมีความขรุขระ หรือมีสัญญาณสะท้อนจำนวนมากบริเวณผิวหน้าของชั้นเคลือบ อาจทำให้การวัดทำได้ยากขึ้น เนื่องจากเกิดสัญญาณสะท้อนที่ไม่ต้องการ ส่งผลให้ค่าการวัดมีความคลาดเคลื่อน ถึงแม้การปรับค่า Lo Range จะช่วยลดสัญญาณรบกวนเหล่านี้ได้ แต่ต้องใช้เวลาในการปรับตั้ง และอาจทำได้ยากเมื่อต้องการตัดสัญญาณผิวหน้าออก ขณะเดียวกันก็ยังต้องรักษาความแม่นยำในการวัดบริเวณที่มีชั้นเคลือบบาง Max Thick Mode ในกรณีที่การปรับค่า Lo Range ต้องตั้งค่าใกล้กับความหนาชั้นเคลือบที่คาดไว้มากเกินไป หรือผู้ใช้งานไม่ต้องการปรับช่วงการวัด โหมดใหม่ Max Thick Mode จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เมื่อเปิดใช้งาน Max Thick Mode เครื่อง PosiTector 200 จะค้นหาสัญญาณสะท้อนอัลตราซาวด์ที่ลึกที่สุดแทนการเลือกสัญญาณที่ดังที่สุด ทำให้สัญญาณสะท้อนที่ดังบริเวณผิวหน้าของชั้นเคลือบ ซึ่งมักเกิดจากพื้นผิวขรุขระหรือระบบชั้นเคลือบที่มีสัญญาณรบกวนสูง ถูกละเว้นไป โหมดนี้ช่วยให้การแสดงผลความหนารวมของชั้นเคลือบที่รอยต่อกับวัสดุฐานมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งลดความจำเป็นในการปรับค่า Lo Range ของเครื่อง โดยเครื่องจะพิจารณาเฉพาะสัญญาณสะท้อนที่มีความแรงมากกว่าค่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวนขนาดเล็กที่อาจเกิดขึ้นภายในวัสดุฐาน ทั้งนี้ ใน PosiTector 200 รุ่น Advanced ผู้ใช้สามารถปรับค่าระดับความแรงขั้นต่ำของสัญญาณได้ผ่านโหมดแสดงผลแบบกราฟิก (Graphic Display) เมื่อเปิดใช้งาน Max Thick Mode ร่วมกับการวัดหลายชั้น (เฉพาะรุ่น Advanced) เครื่องจะแสดงความหนาของแต่ละชั้นโดยอ้างอิงจาก สัญญาณอัลตราซาวด์ที่ลึกที่สุด หมายเหตุ: ไม่แนะนำให้ใช้ Max Thick Mode กับวัสดุฐานที่เป็นโลหะบาง หรือวัสดุคอมโพสิต เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ หรือไฟเบอร์กลาส เพราะ Max Thick Mode อาจเลือกสัญญาณจากภายในหรือด้านหลังวัสดุฐาน แทนรอยต่อชั้นเคลือบจริง จึงทำให้ค่าที่วัดได้ไม่แม่นยำ LEGA Corporation Ltd. 1/28-29 อาคารบางนาธานี ชั้น 14 เอ, บี1 ซอยบางนา-ตราด 34 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 Working Hour: Monday - Friday 8:30 am. - 17:30 pm. TEL : 02-746-9933 ,Fax : 02-746-9940 LINE ID: @lega กด 1 ฝ่ายขาย กด 35 ฝ่าย Service
หลักการและประโยชน์ของการวัดความหนาของชั้นเคลือบ UV บนพื้นผิวแข็งด้วยเทคโนโลยีอัลตราโซนิกแบบไม่ทำลายชิ้นงาน ครอบคลุมตั้งแต่เหตุผลในการตรวจวัด ความแม่นยำของผลการวัด ไปจนถึงบทบาทของเทคโนโลยีนี้ในการควบคุมคุณภาพและการนำไปใช้งานจริงในกระบวนการผลิต
การวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิกของสารเคลือบที่อบด้วยแสง UV บนพื้นแข็ง หลักการทำงานและประโยชน์ของการทดสอบด้วยคลื่นอัลตราโซนิก เครื่องวัดความหนาของผิวเคลือบที่ใช้เทคนิคการวัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิกกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมที่ใช้วัสดุฐานแข็ง เช่น ไม้ พลาสติก และวัสดุคอมโพสิต เพื่อวัดความหนาของสารเคลือบที่ผ่านการบ่มด้วย UV/EB ซึ่งมีความหนามากกว่า 15 microns (0.5 mil) โดยนำไปใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ การผลิตผลิตภัณฑ์ไม้ และงานเคลือบผิวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สารเคลือบมีหน้าที่หลากหลาย เช่น บางชนิดออกแบบมาเพื่อทนต่อรอยขีดข่วน การสึกหรอ ความชื้น และสารเคมีต่าง ๆ บางชนิดใช้ฟื้นฟู ปกป้อง กันน้ำ และเพิ่มความสวยงามให้กับโครงสร้าง ในขณะที่บางชนิดพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อปิดผนึก อุดรูพรุน และสร้างพื้นผิวที่มีลักษณะสวยงามตามความต้องการ เหตุผลที่ต้องวัดความหนา สารเคลือบจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อถูกใช้งานในช่วงความหนาที่เหมาะสม การควบคุมความหนาอย่างแม่นยำช่วยให้ผิวเคลือบมีคุณสมบัติตรงตามที่ออกแบบไว้ เช่น ลดความเสียหาย และยืดอายุการใช้งานของชิ้นงาน ตัวอย่างเช่น: Conversion varnish เป็นสารเคลือบที่มีความแข็งสูง หากเคลือบหนาเกิน 5 มิล อาจเกิดการแตกร้าวหรือความเสียหายของผิวเคลือบได้ Nitrocellulose lacquer ควรควบคุมความหนาให้อยู่ต่ำกว่า 3 มิล เพื่อให้ผิวงานมีคุณภาพที่เหมาะสม ชั้นรองพื้นที่บ่มด้วยแสง UV บนพลาสติก ควรมีความหนาอยู่ระหว่าง 1-6 มิล ก่อนนำไปขัดผิว การเคลือบแลคเกอร์ชั้นฐาน (base coat) จำเป็นต้องรักษาความหนาให้สม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวเคลือบมีคุณภาพเท่ากันทั้งชิ้นงาน กาวที่บ่มด้วยแสง UV หากเคลือบหนาเกินไป อาจเกิดความเค้นภายใน เนื่องจากการบ่มเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกาวและพื้นผิวไม่สามารถปรับสมดุลได้ทัน เทคโนโลยีอัลตราโซนิก (Ultrasonic Breakthrough) เทคโนโลยีอัลตราโซนิกสมัยใหม่ได้เข้ามาแก้ไขข้อจำกัดวิธีการวัดความหนาแบบดั้งเดิม โดยอาศัยหลักการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านผิวเคลือบ จากนั้นตรวจจับสัญญาณสะท้อนที่เกิดขึ้นเมื่อคลื่นเสียงกระทบกับรอยต่อระหว่างผิวเคลือบและวัสดุฐาน เวลาเดินทางของคลื่นเสียงจะถูกนำมาคำนวณเป็นค่าความหนาของการเคลือบอย่างแม่นยำโดยไม่จำเป็นต้องทำลายผิวงาน หลักการวัดด้วยคลื่นเสียง การวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิกเป็นวิธีการตรวจสอบความหนาของผิวเคลือบแต่ละชั้นโดยไม่ทำลายชิ้นงาน เครื่องมือจะส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านชั้นเคลือบและรับสัญญาณสะท้อนจากรอยต่อของวัสดุ เพื่อนำมาคำนวณความหนา ทำให้สามารถวัดชั้นเคลือบหลายชั้นบนวัสดุฐานได้อย่างแม่นยำ จุดรอยต่อระหว่างการเคลือบกับวัสดุฐาน บริเวณรอยต่อระหว่างชั้นเคลือบและวัสดุฐานเป็นจุดที่คลื่นอัลตราโซนิกสะท้อนกลับเนื่องจากความแตกต่างของความหนาแน่น เครื่องมือจะตรวจจับสัญญาณสะท้อนเหล่านี้เพื่อนำมาคำนวณความหนาของชั้นเคลือบได้อย่างแม่นยำ แม้พื้นผิวจะมีความขรุขระหรือไม่สม่ำเสมอ เครื่องมือที่ใช้สำหรับการวัดความหนาด้วยอัลตราโซนิก เครื่องมือวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิก PosiTector 200 - Ultrasonic Paint Thickness Meter for Non-Metal Substrates PRB200B PRB200C PRB200D โพรบวัดความหนาด้วยคลื่นอัลตราโซนิกแบบพกพาสามารถนำมาใช้ตรวจสอบความหนาฟิล์มแห้งของการเคลือบได้อย่างแม่นยำและไม่ทำลายชิ้นงาน เหมาะสำหรับการควบคุมคุณภาพในกระบวนการเคลือบผิวและการใช้งานในสายการผลิตจริง LEGA Corporation Ltd. 1/28-29 อาคารบางนาธานี ชั้น 14 เอ, บี1 ซอยบางนา-ตราด 34 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 Working Hour: Monday - Friday 8:30 am. - 17:30 pm. TEL : 02-746-9933 ,Fax : 02-746-9940 LINE ID: @lega กด 1 ฝ่ายขาย กด 35 ฝ่าย Service

