Troubleshooting

#Troubleshooting

Troubleshooting

5 โพสต์ในแท็กนี้

โพสต์ที่มีแท็ก

5件の投稿

คู่มือการตรวจเช็ค Tenmars TM-305U เบื้องต้น

1. การตรวจเช็คภายนอกและช่องตะแกรงเซนเซอร์ - ตรวจสอบช่องรับสัญญาณเซนเซอร์ : ด้านบนตัวเครื่องจะมีตะแกรงช่องเล็กๆ ให้อากาศไหลผ่านเข้าไปยังเซนเซอร์ภายใน ตรวจดูว่ามีเศษฝุ่น หยากไย่ หรือคราบไขมันอุดตันหรือไม่ (หากอุดตันจะทำให้ค่าความชื้นและอุณหภูมิตอบสนองช้ามากหรืออ่านค่าเพี้ยน) - ตรวจสอบฝาปิดยางพอร์ต USB: ตัวเครื่องมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 ยางปิดพอร์ต USB ต้องไม่ฉีกขาด ขาดหาย หรือหลวม เพราะหากมีความชื้นเล็ดลอดเข้าไปขณะนำไปวางบันทึกข้อมูล บอร์ดภายในอาจช็อตเสียหายได้ 2. การตรวจเช็คระบบพลังงาน ข้อควรระวังพิเศษ: รุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ 3.6V 1/2 AA Lithium Battery (ลักษณะเป็นถ่านก้อนสั้นซีกเดียว ไม่ใช่ถ่าน AA หรือ AAA 1.5V ทั่วไป) หากแรงดันถ่านตก เครื่องจะไม่ยอมบันทึกข้อมูล - เปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ทดสอบ: หากเปิดเครื่องไม่ติด หรือหน้าจอขึ้นไอคอนแบตเตอรี่ต่ำ ให้ลองเปลี่ยนถ่าน 3.6V 1/2 AA ก้อนใหม่แกะกล่อง - ทดสอบเปิดเครื่องผ่านสาย USB: ให้ลองถอดแบตเตอรี่ออก แล้วเสียบตัวเครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย Mini-USB ดูว่าหน้าจอ LCD เปิดติดหรือไม่ - หากเสียบสาย USB แล้วติด แต่ใส่ถ่านแล้วไม่ติด: แปลว่าปัญหาอยู่ที่แบตเตอรี่หมด หรือขั้วสปริงสัมผัสในช่องใส่ถ่านสกปรก/หลวม 3. การตรวจสอบหน้าจอและไฟแสดงสถานะ LED เมื่อกดปุ่มใช้งานหรือเครื่องกำลังทำงาน ให้สังเกตสัญญาณบนตัวเครื่อง: - หน้าจอ LCD 3 หลัก (3-digit LCD): ตัวเลขบอกอุณหภูมิ/ความชื้น และไอคอนต่างๆ ต้องแสดงผลชัดเจน ไม่จางเป็นเส้น หรือหน้าจอดำมืด - ไฟกะพริบแสดงสถานะ (LED Indicators): * ไฟสีเขียว (REC): ต้องกะพริบเป็นระยะเมื่อเครื่องกำลังอยู่ในโหมดบันทึกข้อมูล (Logging) - ไฟสีแดง (ALM): จะกะพริบเมื่อค่าอุณหภูมิหรือความชื้นสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยที่ตั้งไว้ (Alarm) - หากเครื่องเปิดติด แต่กดปุ่ม Start ค้างไว้แล้วไม่มีไฟกะพริบและเครื่องไม่บันทึกข้อมูล อาจเกิดจากการตั้งค่าค้างในซอฟต์แวร์ 4. การทดสอบการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ปัญหาที่ช่างเจอบ่อยที่สุดคือผู้ใช้งานคิดว่าเครื่องเสีย แต่จริงๆ คอมพิวเตอร์แค่มองไม่เห็นตัวเครื่อง ให้ลองตรวจเช็คดังนี้: - ตรวจสอบสายและพอร์ต USB: ลองเปลี่ยนสาย Mini-USB เส้นอื่นมาทดสอบดูว่าสายเดิมขาดในหรือไม่ - ตรวจสอบโปรแกรม "Temp & RH Data Logger": เสียบเครื่องเข้ากับ PC แล้วเปิดโปรแกรม ดูว่าสถานะโปรแกรมเปลี่ยนเป็น "Connected" หรือไม่ - แนวทางแก้ไขหากโปรแกรมมองไม่เห็น: ให้ลองดาวน์โหลดไดรเวอร์ USB (USB Driver) ของ Tenmars มาติดตั้งใหม่ หรือเปลี่ยนไปเสียบพอร์ต USB ช่องอื่น (แนะนำช่องด้านหลังเคสคอมพิวเตอร์หากใช้งานผ่าน PC Desktop) 5. การตรวจสอบความผิดพลาดของเซนเซอร์ หากเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ได้แล้ว แต่เครื่องยังทำงานผิดปกติ: - ลองสั่ง Reset/Setup ใหม่: ทำการสั่ง Clear ข้อมูลและกำหนดพารามิเตอร์บันทึกข้อมูล (Sampling Rate) ใหม่อีกครั้งผ่านซอฟต์แวร์ แล้วลองนำไปบันทึกค่าดูใหม่ - ตรวจเช็คค่าที่อ่านได้: หากหน้าจอแสดงค่าอุณหภูมิหรือความชื้นโดดผิดปกติไปจากความจริงอย่างมาก (เช่น อยู่ในห้องแอร์แต่อุณหภูมิขึ้น 85°C หรือความชื้นค้างที่ 99%RH ตลอดเวลา) แสดงว่าตัวเซนเซอร์ภายใน (NTC หรือ Capacitive Sensor) เสื่อมสภาพหรือโดนความชื้นสะสมจนพัง ต้องส่งโรงงานเปลี่ยนเซนเซอร์ชิ้นใหม่

คู่มือการตรวจเช็ค Testo 104-IR เบื้องต้น

การตรวจเช็คเครื่องวัดอุณหภูมิ Testo 104-IR เบื้องต้นก่อนส่งซ่อมถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหลายครั้งปัญหาอาจเกิดจากจุดเล็กๆ ที่เราสามารถแก้ไขได้เอง เช่น เลนส์สกปรก หรือแบตเตอรี่อ่อน ซึ่งจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายครับ 1. การตรวจสอบระบบพลังงาน (แบตเตอรี่) ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือหน้าจอไม่ติด หน้าจอกะพริบ หรือเครื่องรวน มักเกิดจากกระแสไฟไม่พอ - เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่: ทดลองเปลี่ยนแบตเตอรี่ (AAA จำนวน 2 ก้อน) โดยใช้แบตเตอรี่อัลคาไลน์คุณภาพดี หรือแบตเตอรี่ใหม่แกะกล่อง - เช็คขั้วแบตเตอรี่: ตรวจสอบช่องใส่แบตเตอรี่ว่ามีคราบขี้เกลือ คราบน้ำ หรือสนิมเกาะที่ขั้วสปริงหรือไม่ หากมี ให้ใช้คัตตอนบัดชุบแอลกอฮอล์หมาดๆ เช็ดทำความสะอาด ปล่อยให้แห้งแล้วลองใส่แบตเตอรี่ใหม่ 2. การตรวจสอบการวัดด้วยอินฟราเรด (IR Sensor) หากพบปัญหาว่าโหมดอินฟราเรดวัดค่าได้เพี้ยน ไม่นิ่ง หรือไม่ทำงาน ให้ตรวจเช็คดังนี้: - ทำความสะอาดเลนส์ IR: นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าวัดเพี้ยน ให้ตรวจดูว่ามีคราบไขมัน คราบแป้ง หรือฝุ่นเกาะที่เลนส์เซ็นเซอร์ (รูกลมๆ ด้านหน้าเครื่อง) หรือไม่ - วิธีทำความสะอาด: ใช้คัตตอนบัดชุบน้ำเปล่าหรือแอลกอฮอล์ทางการแพทย์ (หมาดๆ ห้ามชุ่ม) เช็ดเบาๆ ที่เลนส์ ห้ามใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรือของแข็งขูดขีดเด็ดขาด - ตรวจสอบการตั้งค่า Emissivity (ε): ค่าการแผ่รังสีความร้อนที่ตั้งผิดจะทำให้เครื่องอ่านค่าผิดพลาด สำหรับการวัดอาหารหรือของเหลวทั่วไป ค่าควรตั้งอยู่ที่ประมาณ 0.95 (สามารถดูวิธีปรับตั้งค่าได้จากคู่มือประจำเครื่อง) - ตรวจสอบเลเซอร์: เมื่อกดปุ่มวัดแบบ IR แสงเลเซอร์ 2 จุด (2-point laser) ติดปกติหรือไม่ หากไม่ติดเลย อาจเป็นที่ระบบไฟหรือหลอดเลเซอร์เสีย 3. การตรวจสอบการวัดด้วยโพรบแบบสัมผัส (Penetration Probe) - ระบบสวิตช์พับ: ปกติแล้วเครื่องจะเปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อกางโพรบออกเกิน 30 องศา หากกางแล้วเครื่องไม่เปิด (ทั้งที่แบตเตอรี่เต็ม) สวิตช์แม่เหล็กที่ข้อพับอาจจะเสีย - สภาพก้านโพรบ: ตรวจสอบว่าก้านโพรบคดงอ มีรอยร้าว หรือหักหรือไม่ หากมีความเสียหายทางกายภาพ มักจะต้องส่งซ่อมเพื่อเปลี่ยนโพรบใหม่ - ทดสอบการอ่านค่า: ลองกางโพรบแล้วจุ่มลงในน้ำแข็งผสมน้ำ (Ice bath ควรได้อุณหภูมิประมาณ 0°C) เพื่อดูว่าตัวเลขวิ่งขึ้นลงปกติหรือค้าง 4. การตรวจสอบสภาพภายนอกทั่วไป - รอยแตกร้าว: Testo 104-IR ได้รับมาตรฐานกันน้ำ IP65 หากมีรอยแตกร้าวที่กรอบพลาสติก อาจทำให้น้ำหรือความชื้นซึมเข้าแผงวงจรด้านในจนเครื่องช็อตได้ - ปุ่มกด: ลองกดปุ่มทุกปุ่มว่ามีการตอบสนองหรือไม่ ปุ่มฝืดหรือจมค้างหรือไม่ 5. สังเกตรหัสข้อผิดพลาด (Error Codes) หากหน้าจอแสดงตัวอักษรผิดปกติ ให้ลองประเมินตามนี้: - ค้างตัวเลขแปลกๆ หรือ Er ต่างๆ: ลองถอดแบตเตอรี่ออก ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วใส่ใหม่เพื่อเป็นการ Reset เครื่อง - การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน: หากย้ายเครื่องจากห้องเย็นจัดมาที่อุณหภูมิปกติ เครื่องอาจจะเกิดฝ้าหรือรวนชั่วคราว ให้วางเครื่องทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 15-30 นาทีเพื่อให้ตัวเครื่องปรับสภาพ แล้วลองเปิดใหม่ หากยังไม่สามารถแก้ใขได้ สามารถติดต่อเราเพื่อส่งเครื่องเข้ามาตรวจเช็คได้เลยครับ

คู่มือการตรวจเช็คเครื่อง Lutron PH-230SD เบื้องต้น

เครื่องวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH Meter) แบบบันทึกข้อมูลผ่าน SD Card รุ่น Lutron PH-230SD เป็นเครื่องมือวัดที่ต้องการการดูแลรักษาขั้วต่อและตัวหัววัด (Electrode) เป็นพิเศษ ปัญหาที่พบบ่อยมักเกิดจากหัววัดเสื่อมสภาพหรือขาดการดูแล ไม่ใช่ตัวเครื่องเสีย นี่คือคู่มือตรวจเช็คอย่างละเอียด 4 ขั้นตอน ก่อนส่งซ่อมโรงงาน 1. การตรวจเช็คแบตเตอรี่และ SD Card - ตรวจสอบแบตเตอรี่: รุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ UM4/AAA จำนวน 6 ก้อน หรือต่อไฟ DC 9V Adapter ให้ลองเปลี่ยนเป็นถ่านอัลคาไลน์ใหม่ทั้งหมด หากใช้ Adapter ให้เช็คสายว่าขาดหรือหลวมหรือไม่ - เช็คระบบการใส่ SD Card: บ่อยครั้งที่เครื่องค้างเนื่องจาก SD Card มีปัญหา ให้ทดลองถอด SD Card ออกแล้วเปิดเครื่องดูว่าทำงานปกติไหม (ความจุ SD Card ที่แนะนำคือ 1 GB ถึง 16 GB และต้องฟอร์แมตเป็น FAT16 หรือ FAT32 เท่านั้น) 2. การตรวจเช็คขั้วต่อสัญญาณ BNC - ตรวจสอบพอร์ต BNC (pH Socket): อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง ตรวจดูว่ามีคราบเกลือจากสารเคมี คราบน้ำ หรือสนิมเกาะอยู่ด้านในพอร์ตหรือไม่ เพราะคราบเหล่านี้จะขัดขวางสัญญาณแรงดันไฟฟ้าระดับมิลลิโวลต์ (mV) ทำให้ค่าแกว่งหรือไม่นิ่ง - ตรวจสอบปลั๊กของหัววัด: ดูว่าแกนกลางของหัวต่อ BNC ที่สายโพรบยังตรง ไม่หัก หรือไม่งอ 3. การตรวจเช็คตัวหัววัด pH ข้อควรระวัง: ชิ้นส่วนที่เปราะบางที่สุดคือหัววัดแก้ว (Glass Bulb) - ตรวจดูสภาพกระเปาะแก้ว: ปลายหัววัดต้องไม่มีรอยร้าว รอยบิ่น หรือคราบฟิล์มน้ำมัน/คราบสิ่งสกปรกเกาะหนา หากสกปรกให้ล้างด้วยน้ำกลั่น (Distilled Water) - เช็คสารละลายภายในโพรบ (Reference Electrolyte): หากเป็นหัววัดชนิดเติมน้ำยาได้ น้ำยาต้องไม่แห้งหรือเปลี่ยนสี - เช็คการเก็บรักษา: ปลายหัววัดแห้งสนิทหรือไม่? (ปกติหัววัด pH ห้ามปล่อยให้แห้ง หากแห้งต้องแช่ในน้ำยา Storage Solution อย่างน้อย 2-4 ชั่วโมงก่อนนำมาทดสอบอีกครั้ง) 4. การทดสอบการตอบสนองและความแม่นยำ ให้ทำการคาลิเบรตเครื่องด้วยสารละลายบัฟเฟอร์มาตรฐาน (pH 7.00, pH 4.01 หรือ pH 10.01) หากเครื่องมีปัญหาจะแสดงอาการดังนี้: 4.1. ค่าบนหน้าจอแกว่งไม่ยอมหยุด (Unstable) สาเหตุที่เป็นไปได้คือ หัววัดเสื่อม, สัญญาณรบกวน หรือขั้วต่อชื้น แนวทางการแก้ใขเบื้องต้น: ให้เช็ดขั้วต่อให้แห้งสนิท หากไม่หาย ให้ลองสลับเอาหัววัด pH เส้นอื่นที่มั่นใจว่าดีมาเสียบแทน หากหายแปลว่าหัววัดเดิมเสีย 4.2 กดคาลิเบรตแล้วขึ้น Err สาเหตุที่เป็นไปได้คือ ค่า mV จากหัววัดหลุดออกนอกช่วงมาตรฐาน แนวทางการแก้ใขเบื้องต้น: เกิดจากหัววัดเสื่อมสภาพ (Slope ต่ำเกินไป) หรือใช้น้ำยาบัฟเฟอร์ที่เก่า/ปนเปื้อน ให้ลองเปลี่ยนน้ำยาบัฟเฟอร์ชุดใหม่ 4.3 หน้าจอค้างที่ค่าใดค่าหนึ่งตลอดเวลา สาเหตุที่เป็นไปได้คือ วงจรอินพุต (High Impedance) ของเครื่องเสียหาย แนวทางการแก้ใขเบื้องต้น: หากถอดหัววัดออกแล้วค่าก็ยังค้างไม่เปลี่ยนแปลง หรือช็อตขั้ว BNC แล้วค่าไม่ขยับเลย แสดงว่าบอร์ดภายในเครื่องเสีย

คู่มือการตรวจเช็ค SK-270WP เบื้องต้น

1. การตรวจเช็คขั้วต่อเซนเซอร์และระบบกันน้ำ - เช็คเกลียวล็อกขั้วสาย: จุดนี้สำคัญมากสำหรับรุ่นนี้ ขั้วต่อของ SK-270WP เป็นแบบเกลียวหมุน ต้องตรวจสอบว่าเกลียวหวานหัก หรือหมุนล็อกได้แน่นสนิทหรือไม่ หากหมุนไม่แน่น น้ำจะเข้าและทำให้ค่าเพี้ยนหรือเครื่องเสียหายได้ - ตรวจสอบพินด้านใน: ถอดสายโช้ค/โพรบออก แล้วส่องดูพินทองเหลืองด้านในพอร์ตว่ามีพินไหนคด งอ หัก หรือมีคราบสกปรก คราบสนิมเขียวจากความชื้นหรือไม่ - ตรวจสอบขอบยางกันกระแทก: รุ่นนี้จะมีขอบยางด้านข้างเพื่อกันกระแทก ตรวจดูว่ายางเปื่อย ฉีกขาดหรือไม่ 2. การตรวจเช็คระบบพลังงาน - เช็คสัญลักษณ์แบตเตอรี่ต่ำ: รุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ AAA จำนวน 2 ก้อน ให้สังเกตบนหน้าจอว่ามีไอคอนแบตเตอรี่ต่ำ (Low Battery Mark) ปรากฏขึ้นหรือไม่ - เปลี่ยนถ่านใหม่เพื่อทดสอบ: ให้ใช้ถ่านอัลคาไลน์ AAA ก้อนใหม่เอี่ยม 2 ก้อนในการทดสอบเสมอ 3. การทดสอบการบู๊ตเครื่องและหน้าจอ เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง ตัวเครื่องของ SATO รุ่นนี้จะมีระบบตรวจสอบตัวเองที่เป็นเอกลักษณ์ ให้สังเกตหน้าจอดังนี้: - การแสดงผลระบบ: ตอนเปิดเครื่อง หน้าจอจะต้องแสดง Serial Number และ วันเดือนปีที่สอบเทียบจากโรงงานล่าสุด เสมอ หากหน้าจอดับไปเลย ค้าง หรือแสดงผลเป็นเส้นขาดหาย ถือว่าระบบจอภาพหรือเฟิร์มแวร์มีปัญหา - ไฟ LED และเสียงบัซเซอร์: ตอนเปิดเครื่องหรือเมื่อเข้าฟังก์ชัน HACCP ไฟ LED (แจ้งเตือน) ต้องกะพริบ และมีเสียงสัญญาณเตือน (Buzzer) ดังชัดเจน (ระดับความดังปกติประมาณ 70 dB) - ทดสอบปุ่มกด: หน้าจอของรุ่นนี้เป็นแผ่น PET กดปุ่ม HOLD/MAX/MIN และปุ่ม HACCP/MODE ว่ายังสามารถเปลี่ยนโหมดและล็อกค่าได้ตามปกติหรือไม่ 4. การวิเคราะห์รหัสความผิดพลาด เมื่อทำการเสียบโพรบวัดอุณหภูมิเข้ากับตัวเครื่องแล้ว ให้สังเกตสัญลักษณ์บนหน้าจอเพื่อตรวจสอบอาการเสียดังนี้: --- หมายความว่าเครื่องไม่พบเซนเซอร์ สิ่งที่ควรทำ: 1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการขันเกลียวล็อกโพรบนั้นแน่นพอแล้ว 2. หากมีโพรบสำรอง ลองเปลี่ยนไปใช้โพรบเส้นอื่น หากปัญหาหายไป แสดงว่าสายโพรบเดิมอาจขาดภายใน แต่ถ้าลองเปลี่ยนแล้วยังขึ้น --- เหมือนเดิม แปลว่าพอร์ตที่ตัวเครื่องเสีย HHHH หมายความว่าอุณหภูมิสูงเกินช่วงการวัด หรือสายลัดวงจร สิ่งที่ควรทำ: เช็คว่าไม่ได้นำไปใช้วัดอุณหภูมิที่สูงเกินสเปกโพรบ (ปกติรุ่นนี้รับได้สูงสุดประมาณ 300°C ขึ้นอยู่กับชนิดโพรบ) หากวัดอุณหภูมิห้องแล้วขึ้น HHHH แสดงว่าสายโพรบช็อตด้านใน LLLL หมายความว่าอุณหภูมิต่ำเกินช่วงการวัด หรือสายขาด สิ่งที่ควรทำ: หากไม่ได้วัดของที่เย็นจัด (ต่ำกว่า -50°C) แต่ขึ้น LLLL แปลว่าสายภายในโพรบขาดออกจากกันแน่นอน ค่าโดด/แกว่งไปมา หมายความว่ามีความชื้นสะสมที่ขั้วต่อ สิ่งที่ควรทำ: ให้ถอดขั้วต่อออก ใช้คอตตอนบัดแห้งเช็ดทำความสะอาดพอร์ต ทิ้งไว้ให้แห้งสนิทแล้วลองเสียบใหม่ 5. การทดสอบความแม่นยำด้วยน้ำแข็ง เนื่องจากเป็นเครื่องที่เน้นใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ความแม่นยำจึงสำคัญที่สุด: 1. เตรียมแก้วใส่น้ำแข็งบดละเอียดอัดให้แน่น เติมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2-3 นาทีเพื่อให้ได้อุณหภูมิ 0°C 2. จุ่มโพรบ SK-270WP ลงไปตรงกลางแก้ว (ลึกอย่างน้อย 45 มม. เพื่อป้องกันอุณหภูมิอากาศรบกวน)ค่าที่อ่านได้ควรอยู่ที่ 0.0°C (ยอมรับความคลาดเคลื่อนได้ตามสเปกเครื่องและโพรบ ซึ่งปกติจะอยู่ที่ประมาณ ±0.1 ถึง ±0.5°C ขึ้นอยู่กับช่วงอุณหภูมิและประเภทโพรบที่ใช้) 3. หากค่าเพี้ยนไปมากกว่า ±1.0°C แสดงว่าเครื่องหรือโพรบเสื่อมสภาพ ต้องส่งปรับเทียบ (Calibration) หรือส่งซ่อมต่อไป

คู่มือการตรวจเช็ค Testo 108 เบื้องต้น

1. การตรวจเช็คภายนอก (Physical Inspection) - ตรวจสอบตัวเครื่อง (Housing): ตรวจดูว่ามีรอยร้าว รอยแตก หรือรอยไหม้หรือไม่ ซีลยางกันน้ำยังอยู่ในสภาพดีไหม (Testo 108 มีมาตรฐานกันน้ำ IP67 หากเคสแตกหัก คุณสมบัตินี้จะเสียไป) - ตรวจสอบช่องเสียบหัววัด (Probe Socket): ดูว่าช่องเสียบ Mini-thermocouple Type T/K มีเศษฝุ่น สิ่งสกปรก หรือคราบออกไซด์เกาะอยู่ภายในหรือไม่ - ตรวจสอบสภาพหัววัด (Probe): ตรวจเช็คสายเคเบิลของหัววัดว่ามีรอยหัก พับ งอ หรือฉีกขาดจนเห็นลวดด้านในหรือไม่ 2. การตรวจเช็คระบบพลังงาน (Power & Battery Test) ข้อควรจำ: บ่อยครั้งที่เครื่องเปิดไม่ติดหรือรวน เกิดจากไฟแบตเตอรี่อ่อนเกินไป - เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่: ให้ลองเปลี่ยนแบตเตอรี่ (AAA จำนวน 3 ก้อน) โดยใช้ถ่านอัลคาไลน์ก้อนใหม่แกะกล่อง (หลีกเลี่ยงการใช้ถ่านชาร์จหรือถ่านธรรมดากำลังไฟต่ำในการทดสอบ) - เช็คขั้วสปริง: ตรวจสอบขั้วสปริงในช่องใส่แบตเตอรี่ว่ามีคราบขี้เกลือ (จากถ่านเน่า) หรือไม่ และสปริงยังดันสนิทดีไหม - ทดสอบการเปิดเครื่อง: กดปุ่ม Power หากเครื่องยังเปิดไม่ติด ให้ลองกดค้างไว้ 3-5 วินาที 3. การตรวจสอบการทำงานและหน้าจอ (Display & Functional Test) - หน้าจอแสดงผล (LCD): เมื่อเปิดเครื่อง ตัวเลขและสัญลักษณ์ (เช่น หน่วย °C/°F, ไอคอนแบตเตอรี่) ต้องขึ้นครบถ้วน ไม่มีเส้นขาดหรือหน้าจอมืดดำ - การตอบสนองของปุ่มกด: ทดสอบกดปุ่ม Hold, ปุ่มเปลี่ยนหน่วย, และปุ่มเปิด-ปิด ว่ายังเด้งสู้มือและสั่งการได้ตามปกติ ไม่จมหรือค้าง 4. . การทดสอบการวัดอุณหภูมิและความผิดพลาด (Error Code Test) ให้เสียบหัววัดเข้ากับตัวเครื่องให้แน่นหนา แล้วสังเกตหน้าจอ: - แสดงอุณหภูมิปกติ -> เครื่องและหัววัดทำงานได้ -> ลองนำไปวัดน้ำแข็งหรือน้ำอุ่นเพื่อดูว่าอุณหภูมิขยับขึ้นลงตามจริงไหม - แสดง --- หรือ Err -> เครื่องหาหัววัดไม่เจอ หรือสัญญาณขาดหาย -> ลองถอดหัววัดแล้วเสียบเข้าไปใหม่ให้สุด, ถ้ามีหัววัดสำรอง: ให้ลองเปลี่ยนหัววัดอื่นมาเสียบดู หากเปลี่ยนแล้ววัดได้ แปลว่าหัววัดเสีย (เครื่องปกติ) แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วยังขึ้นเหมือนเดิม แปลว่าพอร์ตเสียหรือบอร์ดพัง - ค่าอุณหภูมิโดดไปมา (Unstable) -> สัญญาณกวน หรือสายหัววัดภายในขาดใน -> ลองขยับสายหัววัดเบาๆ หากขยับแล้วค่าดีดขึ้นลงอย่างรุนแรง แสดงว่าสายหัววัดขาดใน 5. การทดสอบความแม่นยำเบื้องต้น (Ice Point Test) หากเครื่องเปิดติดและอ่านค่าได้ แต่คุณสงสัยว่าค่าเพี้ยน ให้ทดสอบด้วย "น้ำผสมน้ำแข็ง (Ice Bath)" ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ 0°C 5.1 เตรียมแก้วใส่น้ำแข็งบดให้เต็ม แล้วเติมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยให้ท่วมน้ำแข็ง คนให้เข้ากันทิ้งไว้ 2-3 นาที 5.2 จุ่มปลายหัววัด Testo 108 ลงไปตรงกลางแก้ว (ห้ามชนก้นหรือข้างแก้ว) 5.3 รอจนค่าคงที่:ปกติ: - ค่าควร อยู่ในช่วง 0.0°C (บวก/ลบ ไม่เกินความคลาดเคลื่อนตามสเปกเครื่องคือประมาณ ±0.5°C - ผิดปกติ: หากค่าโดดไปเป็น 2°C, 5°C หรือมากกว่านั้น แสดงว่าเครื่องหรือหัววัดเริ่มเสื่อมสภาพ (Calibration Drift)

ปรึกษาเจ้าหน้าที่

Sukitool.comเวลาทำการ 8.30 - 17.30 น.

ขณะนี้อยู่นอกเวลาทำการ หากสนใจสินค้าตัวไหนหรือมีข้อสอบถามใด ๆ สามารถกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง ทางเจ้าหน้าที่จะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ตัวเลือก

※จำเป็น

※จำเป็น

※จำเป็น

※จำเป็น