
วิธีการจัดการการรั่วไหลของน้ำมันอย่างปลอดภัย พร้อมแนวทางซ่อมแซมและบำรุงรักษา
#การรั่วไหลของน้ำมัน #ผลกระทบ #วิธีรับมือ #แนวทางการรับมือ #NiGK
บทความนี้จะอธิบายถึงผลกระทบของการรั่วไหลของน้ำมัน วิธีรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน แนวทางการค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ตลอดจนมาตรการแก้ไขและป้องกันในระยะยาว ยี่ห้อ NiGK
การรั่วไหลของน้ำมันก่อให้เกิดปัญหาอะไรบ้าง
1) มลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและข้อกฎหมาย
น้ำมันที่รั่วไหลสามารถปนเปื้อนดิน แหล่งน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในน้ำ หากไหลลงสู่แม่น้ำหรือทะเล อาจกระทบต่อทรัพยากรประมงและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
นอกจากนี้ องค์กรอาจต้องเผชิญความรับผิดทางกฎหมายจากการละเมิดข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปสู่บทลงโทษ ค่าเสียหาย และผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร
2) ความปลอดภัยในการทำงานที่ลดลง
คราบน้ำมันบนพื้นทำให้เกิดความลื่น เสี่ยงต่อการลื่นล้มและการบาดเจ็บ อีกทั้งน้ำมันบางชนิดมีคุณสมบัติติดไฟหรือระเบิดได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่ออัคคีภัย
การตอบสนองเบื้องต้นเมื่อเกิดการรั่วไหลของน้ำมัน
1) การค้นหาจุดรั่วไหล
ควรตรวจสอบความปลอดภัยก่อน จากนั้นระบุตำแหน่งรั่วด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น
ตรวจสอบด้วยสายตาบริเวณข้อต่อ วาล์ว ซีล และแนวท่อ
สังเกตเสียงหรือกลิ่นผิดปกติ
ตรวจสอบค่าความดันหรือระดับน้ำมันจากเครื่องมือวัด
ติดตามร่องรอยการไหลของน้ำมัน
2) การปิดระบบฉุกเฉิน
หากมีความเสี่ยงต่อการลุกลามหรือเกิดไฟไหม้ ควรหยุดการทำงานของอุปกรณ์และตัดกระแสไฟทันที โดยต้องประเมินความปลอดภัยล่วงหน้า
เตรียมอุปกรณ์ป้องกันและวัสดุที่จำเป็น
แว่นตานิรภัย
ถุงมือกันน้ำมัน
รองเท้าเซฟตี้กันลื่น
ชุดป้องกันสารเคมี
วัสดุดูดซับน้ำมัน ถาดรอง กระสอบทราย ภาชนะปิดสนิท และอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พร้อมใช้งาน
หยุดการแพร่กระจายของน้ำมันชั่วคราว
ใช้วัสดุดูดซับหรือรั้วกันน้ำมันล้อมพื้นที่
ปิดวาล์วเพื่อตัดการไหล
ใช้แผ่นอุดรอยรั่วหรืออุปกรณ์หนีบ
เก็บกู้คราบน้ำมันและกำจัดอย่างถูกวิธีตามข้อกำหนดของขยะอุตสาหกรรม

วิธีตรวจสอบสาเหตุของการรั่วไหลของน้ำมัน
1) การตรวจสอบด้วยสายตา
สังเกตบริเวณอุปกรณ์อย่างละเอียดเพื่อระบุตำแหน่งการรั่วไหล เช่น ข้อต่อ ซีล หรือจุดเชื่อมต่ออื่น ๆ พร้อมตรวจสอบสี ความหนืด กลิ่น และสภาพของน้ำมัน รวมถึงดูว่ามีของเหลวชนิดอื่นปะปนอยู่ในพื้นที่โดยรอบหรือไม่
2) การตรวจสอบสภาวะการทำงานและการวิเคราะห์ข้อมูล
หากพบการรั่วไหลระหว่างการทำงาน ควรตรวจสอบเครื่องมือวัดต่าง ๆ เช่น เกจวัดความดัน เทอร์โมมิเตอร์ และเกจวัดระดับน้ำมัน รวมถึงพิจารณาข้อมูลการทำงานย้อนหลัง เพื่อประเมินว่ามีความดันเกินกำหนด อุณหภูมิสูงผิดปกติ หรือการใช้งานหนักเกินไปหรือไม่
3) การใช้เครื่องมือเฉพาะทาง
ในกรณีที่การรั่วไหลมีขนาดเล็กหรือเกิดความเสียหายภายในที่ตรวจพบได้ยากด้วยสายตา สามารถใช้เครื่องมือเฉพาะทางช่วยตรวจสอบ เช่น
สเปรย์หรือของเหลวตรวจจับการรั่วไหลที่แสดงผลเป็นโฟม
แสงอัลตราไวโอเลต (UV) ร่วมกับสารเรืองแสง
กล้องถ่ายภาพความร้อนเพื่อตรวจจับความผิดปกติของอุณหภูมิ
อุปกรณ์วิเคราะห์การสั่นสะเทือนสำหรับตรวจจับความผิดปกติของชิ้นส่วนหมุน
4) การทบทวนบันทึกการบำรุงรักษาและประวัติความผิดปกติ
บันทึกการบำรุงรักษา ประวัติการซ่อมแซม รายงานการตรวจสอบ และข้อมูลความผิดปกติที่ผ่านมา เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์สาเหตุ ควรตรวจสอบเหตุการณ์ที่คล้ายกัน และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหรือพฤติกรรมที่ไม่ปกติของเครื่องจักร เพื่อช่วยระบุสาเหตุได้อย่างแม่นยำ
แนวทางการรับมือและป้องกันการรั่วไหลของน้ำมัน
การซ่อมแซมและเปลี่ยนชิ้นส่วน
1) การเปลี่ยนซีลและโอริง
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการรั่วไหลของน้ำมันในอุปกรณ์ไฮดรอลิกและข้อต่อท่อคือการเสื่อมสภาพของซีลและโอริง ชิ้นส่วนเหล่านี้ทำจากยางหรือเรซินสังเคราะห์ และมีแนวโน้มที่จะแข็งตัว สึกหรอ และแตกร้าวเมื่อเวลาผ่านไป หากพบการเสื่อมสภาพระหว่างการตรวจสอบตามปกติ ควรเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล่านั้นด้วยชิ้นส่วนใหม่ที่เข้ากันได้
2) ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนท่อและสายยางที่ชำรุด
ท่อไฮดรอลิกและท่อโลหะอาจได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน การเปลี่ยนแปลงของความดัน แรงกระแทกภายนอก หรือการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งอาจนำไปสู่การรั่วไหลของน้ำมัน หากพบรอยแตก อาการบวม หรือการผุกร่อนจนเกิดรู ควรเปลี่ยนท่อใหม่ทันที
3) ขันซีลและน็อตให้แน่นตามมาตรฐาน
การรั่วไหลบริเวณข้อต่อหน้าแปลนหรือฝาครอบอุปกรณ์อาจเกิดจากสารซีลเสื่อมสภาพหรือสลักเกลียวคลายตัว หากสารซีลเสื่อมควรเปลี่ยนใหม่ และหากน็อตหลวมให้ขันตามค่าแรงบิดที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการขันแน่นเกินไป เนื่องจากอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายได้
แผนการบำรุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
1) การตรวจสอบรายวันและตามระยะเวลา
ควรตรวจสอบอุปกรณ์ด้วยสายตาเป็นประจำทุกวัน เพื่อค้นหาสัญญาณการรั่วไหลของน้ำมัน เช่น คราบน้ำมัน หยดน้ำมัน หรือกลิ่นผิดปกติ นอกจากนี้ ควรมีการตรวจสอบเชิงลึกตามรอบระยะเวลา ได้แก่ รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
2) การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นและการบำรุงรักษา
น้ำมันหล่อลื่นมีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ เมื่อน้ำมันเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพการหล่อลื่นจะลดลง ส่งผลให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของน้ำมัน ดังนั้น ควรเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด
สินค้าที่เกี่ยวข้อง: Oil Detection Tape [Click]
LEGA Corporation Ltd.
1/28-29 อาคารบางนาธานี ชั้น 14 ซอยบางนา-ตราด 34 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
Working Hour: Monday - Friday 8:30 am. - 17:30 pm.
TEL : 02-746-9933 ,Fax : 02-746-9940
LINE ID: @lega
กด 1 ฝ่ายขาย
กด 35 ฝ่าย Service
Miss. Patcharin Jodkoh
Marketing-Admin