Site Logo Mobile
วิธีการจัดการการรั่วไหลของน้ำมันอย่างปลอดภัย พร้อมแนวทางซ่อมแซมและบำรุงรักษา

วิธีการจัดการการรั่วไหลของน้ำมันอย่างปลอดภัย พร้อมแนวทางซ่อมแซมและบำรุงรักษา

16/02/69 10:55 น.

#การรั่วไหลของน้ำมัน #ผลกระทบ #วิธีรับมือ #แนวทางการรับมือ #NiGK

บทความนี้จะอธิบายถึงผลกระทบของการรั่วไหลของน้ำมัน วิธีรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน แนวทางการค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ตลอดจนมาตรการแก้ไขและป้องกันในระยะยาว ยี่ห้อ NiGK

การรั่วไหลของน้ำมันก่อให้เกิดปัญหาอะไรบ้าง

1) มลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและข้อกฎหมาย

น้ำมันที่รั่วไหลสามารถปนเปื้อนดิน แหล่งน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในน้ำ หากไหลลงสู่แม่น้ำหรือทะเล อาจกระทบต่อทรัพยากรประมงและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

นอกจากนี้ องค์กรอาจต้องเผชิญความรับผิดทางกฎหมายจากการละเมิดข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปสู่บทลงโทษ ค่าเสียหาย และผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร

2) ความปลอดภัยในการทำงานที่ลดลง

คราบน้ำมันบนพื้นทำให้เกิดความลื่น เสี่ยงต่อการลื่นล้มและการบาดเจ็บ อีกทั้งน้ำมันบางชนิดมีคุณสมบัติติดไฟหรือระเบิดได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่ออัคคีภัย

การตอบสนองเบื้องต้นเมื่อเกิดการรั่วไหลของน้ำมัน

1) การค้นหาจุดรั่วไหล

ควรตรวจสอบความปลอดภัยก่อน จากนั้นระบุตำแหน่งรั่วด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

  • ตรวจสอบด้วยสายตาบริเวณข้อต่อ วาล์ว ซีล และแนวท่อ

  • สังเกตเสียงหรือกลิ่นผิดปกติ

  • ตรวจสอบค่าความดันหรือระดับน้ำมันจากเครื่องมือวัด

  • ติดตามร่องรอยการไหลของน้ำมัน

2) การปิดระบบฉุกเฉิน

หากมีความเสี่ยงต่อการลุกลามหรือเกิดไฟไหม้ ควรหยุดการทำงานของอุปกรณ์และตัดกระแสไฟทันที โดยต้องประเมินความปลอดภัยล่วงหน้า

เตรียมอุปกรณ์ป้องกันและวัสดุที่จำเป็น

  • แว่นตานิรภัย

  • ถุงมือกันน้ำมัน

  • รองเท้าเซฟตี้กันลื่น

  • ชุดป้องกันสารเคมี

  • วัสดุดูดซับน้ำมัน ถาดรอง กระสอบทราย ภาชนะปิดสนิท และอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พร้อมใช้งาน

หยุดการแพร่กระจายของน้ำมันชั่วคราว

  • ใช้วัสดุดูดซับหรือรั้วกันน้ำมันล้อมพื้นที่

  • ปิดวาล์วเพื่อตัดการไหล

  • ใช้แผ่นอุดรอยรั่วหรืออุปกรณ์หนีบ

  • เก็บกู้คราบน้ำมันและกำจัดอย่างถูกวิธีตามข้อกำหนดของขยะอุตสาหกรรม

วิธีการจัดการการรั่วไหลของน้ำมันอย่างปลอดภัย พร้อมแนวทางซ่อมแซมและบำรุงรักษา

วิธีตรวจสอบสาเหตุของการรั่วไหลของน้ำมัน

1) การตรวจสอบด้วยสายตา

สังเกตบริเวณอุปกรณ์อย่างละเอียดเพื่อระบุตำแหน่งการรั่วไหล เช่น ข้อต่อ ซีล หรือจุดเชื่อมต่ออื่น ๆ พร้อมตรวจสอบสี ความหนืด กลิ่น และสภาพของน้ำมัน รวมถึงดูว่ามีของเหลวชนิดอื่นปะปนอยู่ในพื้นที่โดยรอบหรือไม่

2) การตรวจสอบสภาวะการทำงานและการวิเคราะห์ข้อมูล

หากพบการรั่วไหลระหว่างการทำงาน ควรตรวจสอบเครื่องมือวัดต่าง ๆ เช่น เกจวัดความดัน เทอร์โมมิเตอร์ และเกจวัดระดับน้ำมัน รวมถึงพิจารณาข้อมูลการทำงานย้อนหลัง เพื่อประเมินว่ามีความดันเกินกำหนด อุณหภูมิสูงผิดปกติ หรือการใช้งานหนักเกินไปหรือไม่

3) การใช้เครื่องมือเฉพาะทาง

ในกรณีที่การรั่วไหลมีขนาดเล็กหรือเกิดความเสียหายภายในที่ตรวจพบได้ยากด้วยสายตา สามารถใช้เครื่องมือเฉพาะทางช่วยตรวจสอบ เช่น

  • สเปรย์หรือของเหลวตรวจจับการรั่วไหลที่แสดงผลเป็นโฟม

  • แสงอัลตราไวโอเลต (UV) ร่วมกับสารเรืองแสง

  • กล้องถ่ายภาพความร้อนเพื่อตรวจจับความผิดปกติของอุณหภูมิ

  • อุปกรณ์วิเคราะห์การสั่นสะเทือนสำหรับตรวจจับความผิดปกติของชิ้นส่วนหมุน

4) การทบทวนบันทึกการบำรุงรักษาและประวัติความผิดปกติ

บันทึกการบำรุงรักษา ประวัติการซ่อมแซม รายงานการตรวจสอบ และข้อมูลความผิดปกติที่ผ่านมา เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์สาเหตุ ควรตรวจสอบเหตุการณ์ที่คล้ายกัน และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหรือพฤติกรรมที่ไม่ปกติของเครื่องจักร เพื่อช่วยระบุสาเหตุได้อย่างแม่นยำ

แนวทางการรับมือและป้องกันการรั่วไหลของน้ำมัน

การซ่อมแซมและเปลี่ยนชิ้นส่วน

1) การเปลี่ยนซีลและโอริง

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการรั่วไหลของน้ำมันในอุปกรณ์ไฮดรอลิกและข้อต่อท่อคือการเสื่อมสภาพของซีลและโอริง ชิ้นส่วนเหล่านี้ทำจากยางหรือเรซินสังเคราะห์ และมีแนวโน้มที่จะแข็งตัว สึกหรอ และแตกร้าวเมื่อเวลาผ่านไป หากพบการเสื่อมสภาพระหว่างการตรวจสอบตามปกติ ควรเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล่านั้นด้วยชิ้นส่วนใหม่ที่เข้ากันได้

2) ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนท่อและสายยางที่ชำรุด

ท่อไฮดรอลิกและท่อโลหะอาจได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน การเปลี่ยนแปลงของความดัน แรงกระแทกภายนอก หรือการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งอาจนำไปสู่การรั่วไหลของน้ำมัน หากพบรอยแตก อาการบวม หรือการผุกร่อนจนเกิดรู ควรเปลี่ยนท่อใหม่ทันที

3) ขันซีลและน็อตให้แน่นตามมาตรฐาน

การรั่วไหลบริเวณข้อต่อหน้าแปลนหรือฝาครอบอุปกรณ์อาจเกิดจากสารซีลเสื่อมสภาพหรือสลักเกลียวคลายตัว หากสารซีลเสื่อมควรเปลี่ยนใหม่ และหากน็อตหลวมให้ขันตามค่าแรงบิดที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการขันแน่นเกินไป เนื่องจากอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายได้

แผนการบำรุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

1) การตรวจสอบรายวันและตามระยะเวลา

ควรตรวจสอบอุปกรณ์ด้วยสายตาเป็นประจำทุกวัน เพื่อค้นหาสัญญาณการรั่วไหลของน้ำมัน เช่น คราบน้ำมัน หยดน้ำมัน หรือกลิ่นผิดปกติ นอกจากนี้ ควรมีการตรวจสอบเชิงลึกตามรอบระยะเวลา ได้แก่ รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

2) การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นและการบำรุงรักษา

น้ำมันหล่อลื่นมีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ เมื่อน้ำมันเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพการหล่อลื่นจะลดลง ส่งผลให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของน้ำมัน ดังนั้น ควรเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด


สินค้าที่เกี่ยวข้อง: Oil Detection Tape [Click]


LEGA Corporation Ltd.

1/28-29 อาคารบางนาธานี ชั้น 14 ซอยบางนา-ตราด 34 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260

Working Hour: Monday - Friday 8:30 am. - 17:30 pm.

TEL : 02-746-9933 ,Fax : 02-746-9940

LINE ID: @lega

กด 1 ฝ่ายขาย

กด 35 ฝ่าย Service

Profile picture of Miss. Patcharin Jodkoh
Miss. Patcharin Jodkoh
Marketing-Admin

เพิ่มคำถาม
ข้อมูลในหน้านี้ถูกต้องและเป็นประโยชน์หรือไม่?
เข้าสู่ระบบ

ลืมรหัสผ่าน

รับสิทธิประโยชน์และข้อเสนอสินค้าราคาพิเศษเฉพาะคุณเท่านั้น เมื่อลงทะเบียนในการใช้งานเว็บไซต์ของเรา หลังจากการลงทะเบียนใช้งานคุณสามารถขอใบเสนอราคาได้ในทันที
คุณใช้ Sukitool.com เป็นครั้งแรกหรือไม่?